อุปการะเด็กไทยในยุโรป

ไปๆมาๆ เราก็อยู่เยอรมันคนเดียวมาได้ สองอาทิตย์แล้วนะ
คนที่นี่ ใจดีกับอั๋นมาก แต่ถึงยังไง ก็ยังอยากจะกลับบ้านอยู่ดี เหงามากเลย
ตอนทำงานก็ทำไป ไม่ได้ยากมากมายอะไร
แต่ชีวิตประจำวัน มันลำบากมากเลย อะไรๆก็ไม่คุ้น เรื่องดีๆก็มีเยอะแยะ แต่อยากจะเล่าเรื่องแย่ๆเก็บไว้

วันแรกตั้งแต่ออกจากปารีส ก็ต้องลากกระเป๋าหนัก 28 กิโลกรัมไปๆมาๆ
ขึ้นรถไฟไปเมือง Erlangen คนเดียว
รถไฟ สามต่อ กว่าจะถึงที่หมาย แต่ก็ดีมาก
ที่ นศ จาก ที่ Erlangen มารับ แถมหิ้วกระเป๋าให้อีก ซึ้งอ่ะ

วันต่อมา ต้องอยู่ห้องคนเดียว เพราะเมตยังไม่มา
แถมไม่มีอินเตอร์เน็ตเล่นอีก เลยต้อง นอนอย่างเดียว
แต่เค้ามีเราท์เตอร์อยู่ แต่ไม่รู้ว่า ไวเลสอันไหนมันของเราหน่ะซิ ไม่รู้รหัสอีก
รออีกวันก็ออกไปซื้อสายแลน นั่งรถเมล์ไป
ไปก็ไม่เป็น แถมค่ารถแพงอีก เที่ยวละเกือบเจ็ดสิบบาทได้มั้ง (แต่รถเค้าตรงเวลามากมาย)
พอไปถึงร้านขายอุปกรณ์อิเล็กโทรนิค เห็นสายแลน…
ตายละ เราท์เตอร์ มันสายไขว้ หรือสายตรงฟระ ..
นึกถึงตอนเรียนวิชา แลป เน็ตเวิร์คตอนปีสามขึ้นมาทันที
(ไอ เอี้ยยยยยย กรู จำไม่ได้…………..)
คิดนานมาก… ถึอไปถือมา เอาสองสายเลยมั้ยวะ… สายไขว้แมว่ง… (เปลือง)
สองเมตร สี่ยูโร … ชิทมาก (แต่ราคาพอๆกะบ้านเรามั้ง)
กลับมาถึงบ้าน เสียบปุ๊บ ใช้ได้ปั๊บ… เท่ห์ไปเลย นี้ซิ วิศวะคอม
ซักพัก ถามเพื่อน เพื่อนบอก ยากอะไร เราท์เตอร์สายตรงดิวะ
(อ่าว กูสายไขว้ กูก็เล่นได้หนิหว่า….)
อยู่ๆก็เพิ่งนึกได้ว่า อาจารย์เอ็กซ์บอกว่า เราท์เตอร์มันฉลาด สายไหนก็ได้หน่ะ
(จุด จุด จุด ที่กูนึกตั้งนาน เพื่ออะไรฟระ)
เอาเป็นว่าตอนนี้ก็เล่นได้แล้ว เซตเราท์เตอร์ เซตไวเลส เรียบร้อย
สายแลนกู โดนเก็บไว้ตลอดกาลแล้วหล่ะมั้ง…

ต่อมาอีกเรื่อง เรื่องนี้รันทดกว่า
ห้องน้ำที่นี่ ดูเก่าๆนิดๆ แต่ก็ใช้ได้ดี แต่วันนั้น แจคพอตมาก!!!
หลังจากอาบน้ำตามปกติ ปิดประตู ใส่ล็อค
พอจะออกจากห้องน้ำ…. ที่ล็อคแม่ง หมุนฟรีเลย
เฮ้ย!!! กูอยู่บ้านคนเดียว เมตก็ยังไม่มี ทำไงดีวะ เรียกให้ใครมาช่วยดี
เข้าห้องน้ำ คงไม่มีใครพกมือถือหรอกนะ แม่ง ทำไงดีวะ (รนรานมาก)
กูติดอยู่ในห้องน้ำ ออกไม่ได้… แทบจะร้องไห้
จากนั้น ก็พยายามหาอะไรก็ได้มาไขลูกบิด
โชคดีนิดนึง ที่เอากรรไกรเข้าไปในห้องน้ำด้วย (เฮ้ย เอาไปทำไมวะ)
คือกรรไกรเอามาตัดถุงผงซักฟอกตอนซักผ้าหน่ะ
แต่ก็ยังไม่ออก พยายามหมุนเข้าไปนั้นหล่ะ เลยต้องใช้
เล็บกูนี้หล่ะ หมุนเข้าไป อุตสาห์ไว้ จะเอาไว้เล่นกีต้าร์
หมุนแล้วหมุนอีก กว่าจะออก ทั้งแกะ ทั้งกระแทก
เล็บหักเลยอ่า เสียใจ (ตอนนี้ งอกมาใหม่ ก็ยังไม่ได้เล่นกีต้าร์)
ปวดตับมาก จากนั้นเข้าห้องน้ำ อั๋นไม่ล็อคกลอนเลย
ยกเว้นตอนอยู่กะเมต อย่างน้อยก็ยังจะมีคนช่วย ถ้าเกิดติดอะไร

เรื่องต่อไป ก็การเดินทาง
วันแรกที่ต้องไปมหาวิทยาลัยคนเดียว หลงทางค่ะ
เดินไกลมาก ตอนแรกคิดไว้ว่า ซักชั่วโมงคงถึง
เดินไปเดินมา แมว่งงงง กูหลง ทำไงดีๆ
เดินไปเดินมา เจอร้านอาหารไทย ดีค่ะ มีคนช่วยพามาส่งมอ
จริงๆเมืองนี้มันก็ใกล้ๆนะ หลงยังไง ก็ไม่น่าจะไกล

จากนั้นอั๋นก็เลยมีจักรยาน จากคนที่ดูแลที่ทำงาน
แต่จักรยานมันเล็ก แต่สูง ให้ตายเหอะ ปั่นแต่ละที จะล้ม
ไม่มี เอเชียนไซส์เลย ปวดขา ปวดก้น
เลยไปซื้อที่รองเบาะมา ราคาตั้งเก้าเหรียญกว่า…
ปั่นได้อีกวัน ยางหลังแบน (แมว่งเอ้ย)
ลากจักรยานไปสูบลม ไกลมาก พอสูบปุ๊บ… ยางแมว่งรั่ว
อีกวันเลยเอาผ้าเทปปะเอาไว้ สูบอีก แมว่ง มันรั่วเยอะมาก หลายรูเกิน
เอาวะ ซื้อใหม่ละกัน วันแรกไปซื้อ เฮ้ย ลืมวัดไซส์ ใหญ่ขนาดไหนวะ
เอาวะวัดใหม่ ซื้อมาเลย ยี่สิบหกนิ้ว
ซื้อทั้งยางนอก ยางใน ราคารวมกันเกือบสิบยูโรเหมือนกัน
พอเอามาใส่จักรยาน แมว่งเอ้ย ยางนอก แม่งเล็กไปอีก
ตอนแรกไม่รู้ ยัดเข้าไป ยังไงก็ไม่เข้า จนมีคุณพ่อยังหนุ่มเดินมาบอก
เออ มันเล็กไปนะจ๊ะ หนูต้องซื้ออันซักยี่สิบแปดนิ้วมาใส่นะ…
อีกวัน ไปซื้อยางนอกมาใหม่ ยี่สิบแปดนิ้ว ใส่ได้ด้วย
แต่ยางในแมว่ง ใหญ่อีก…… อะไรนักหนาวะ
เลยเอาลมออก (อุตสาห์เอายางในไปสูบแล้ว) จนใส่ได้
พอเอาล้อไปใส่จักรยาน…. แมว่งเอ้ยยยยยย!!!!
ล้อแมว่ง ใหญ่เกินจนปั่นไม่ได้ มันคับ
ตอนนี้กำลังหาทางไข ขยายที่ล็อคล้ออยู่
ถ้ายังไม่ได้ใช้ กูจะซื้อยางใหม่ละ อย่างน้อยก็รู้แล้วว่าต้องซื้อแบบไหน
สรุป จักรยานฟรีนี้ เสียเงินรวมๆไป ยี่สิบยูโรละ
ถ้าซื้อยางใหม่ แบบที่มันเล็กกว่านี้ ก็จะประมาณ สี่ยูโรกว่าๆ
รวมแล้ว เกือบ ยี่สิบห้ายูโร…. เอาวะ ดีกว่าซื้อใหม่
แต่จริงๆ ให้ร้านซ่อมให้ น่าจะเวิร์คกว่านี้นะเนี้ย
แต่ที่ไม่ให้เค้าซ่อมให้ เพราะว่า กูทำมาถึงขนาดนี้แล้ว
ไม่ยอมเสียเงินฟรี แล้วยกเลิกอะไรง่ายๆหรอกเว้ยยยยยยย
(ถ้าไม่ได้อีก จะซื้อใหม่ละ แมว่ง แต่คุณเมตคนสเปน เพิ่งโดนขโมยจักรยานอีก)
อะไรกันนักกันหนาวะ จักรยาน ทุกขลาภมากขอบอก
ตอนนี้ ไปไหนมาไหน ต้องเดิน บวกกับ แอบรียูสตั๋วรถเมล์ค่ะ

ว่ากันเรื่องการเป็นอยู่และอาหารการกิน ตอนนี้รู้สึกเริ่มอยู่ตัวแล้ว
อาทิตย์แรก เจ็คแล็คอั๋นรุนแรงมาก พอๆกับตอนที่เพิ่งกลับจากอเมริกา
แต่อันนี้ ง่วงตลอดเวลา กลับบ้านมาก็ไม่มีแรงแล้ว ไม่มีแรงทำอะไรเลย
กับข้าวยังไม่ทำกินเลย ดีที่มีขนมปังก้อน กะไส้กรอก
ขนมปังแผ่นซื้อมาไม่ได้กิน เสียคาตู้
ผลจากความเหนื่อยนี้ ส่งผลให้ของเหลือในตู้เย็นเยอะมวาก
ตู้เย็นไม่มีช่องฟรีสนะคะ ซื้อผักแช่แข็งมา เน่าหมดเลย ยังไม่ได้กินเลย
ใส้กรอก ที่ซื้อมากินตอนมื้อแรก ก็ราขึ้น หมูก็เน่า น้ำผลไม้ยังขึ้นราเลย
รู้สึกจะมีของขึ้นราหลายอย่างอยู่ จำไม่ได้ ทิ้งหมดเลย รวมราคาคงไม่ต่ำกว่า ห้ายูโร
ยังดีที่เมืองนี้มีร้านขายของเอเชีย แถมร้านอาหารไทยเยอะดีด้วย
แต่ก็ไม่ได้เข้าไปซักร้านเลย ไม่กล้าเข้าไปคนเดียว ไม่รู้จะพูดภาษาอะไร
วันนั้นซื้อข้าวหอมมะลิกลับบ้าน สองกิโลประมาณ ร้อยยี่สิบค่ะ(แพงมวากกก)
แต่ก็ยังดีกว่าซื้อข้าวจากร้านถูกๆ กินไม่ได้เลย (นิสัย….)
อาหารที่ทำงานก็ไม่อร่อย กินเหลือทุกวัน หลังๆเริ่มรู้ เอากล่องใส่อาหารติดไปด้วย
กินเหลือก็เก็บกลับบ้าน กินแทนข้าวเย็น กินเสร็จนอน ตื่นมาอาบน้ำไปทำงาน..

ชีวิต…… ถ้าคนแถวนี้ไม่ใจดีนะ คงต้องร้องไห้ทุกวันแน่ๆเลย
อยู่เมกา ช่วงแรกร้องไห้ทุกวันเลย แต่อยู่นี้ ร้องไห้อยู่สองที
ตอนติดในห้องน้ำ กับตอนโทรหาแม่ครั้งแรก
แต่ก็แค่น้ำตาซึมเท่านั้นหล่ะ ไม่ได้ร้องอะไรมากมายปานนั้น
แต่อยากกลับบ้านจริงๆนะ ลำบากจริงๆ เหนื่อยมาก
เสาร์อาทิตย์ก็ไม่ได้อยู่บ้าน มีทริปเที่ยวตลอด
จริงๆ ได้เที่ยวก็ดีนะ เค้าบอกว่าเอาให้คุ้มไหนๆก็มาแล้ว
แต่มันเหนื่อยมากจริงๆ วันนี้เพิ่งได้ซักผ้า หลังจากไม่ได้ซักมาสองอาทิตย์หน่ะ
เสื้อผ้าจะไม่มีใส่แล้ว ไม่มีแรงซัก กับข้าวก็ไม่มีแรงทำ
แต่ก็ไม่ได้ผอมลงนะ เพราะกินข้าวที่ทำงาน น่าจะอ้วนดีเหมือนกัน
เสร็จงานนอน เสร็จงานนอน บางวันก็ต้องเดินกลับ แต่วันไหนเดิน ก็จะเพิ่มโยเกิร์ตก่อนนอน
คงไม่ได้ผอมแน่ๆเลย ฮ่าๆ แต่รุ้สึกไปเองว่าเอวลดไปนิ้วนึง แล้วก็แก้มตอบไปหน่อยนึง (จริงๆนะ)
ไม่มีรูปบีฟอร์ อาฟเตอร์ ยังไม่ได้ขอรูปจากเพื่อนเลย แต่สามารถเข้าไปดูรูปที่อั๋นถ่ายๆมาได้ที่นี่
http://picasaweb.google.com/neoniny
รูปอาจจะน้อยไปหน่อย ความสวยอาจจะลดไปนิด
แค่ตื่นไปทำงานยังจะไม่มีแรงเลย จะเอาแรงไหนไปแต่งหน้า ใช่มะ Wink

มีแต่คนบอกให้สู้ๆ จริงๆอั๋นก็สู้นะ อยู่ได้สองอาทิตย์ อย่างท้อแท้เลยอ่า
งานก็ทำไม่ค่อยเป็น ภาษาก็คุยกับเค้าไม่ได้
ยอมรับเลยว่า ตั้งแต่เรียนจน จนก่อนมา สกีลภาษาอังกฤษอั๋นลดลงมากกว่า ห้าสิบเปอร์เซนต์
คิดดู สามเดือน ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเลย ตอนนี้ ภาษาอังกฤษสื่อสารแบบ งูๆ ปลาๆมาก
ถึงจะฟังออก แต่ตอบโต้ทันทีไม่ได้
ถึงเค้าจะคุยภาษาอังกฤษให้เรา แต่ภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาที่เราได้ยินทุกวันนะ
ก็เค้าคุยเยอรมันกัน ภาษาอังกฤษก็ใช้เฉพาะตอนคุยกะเรา
แล้วจะเรียกว่าฝึกภาษาได้ยังไงใช่มะคะ
เรียกว่า มาฝึกงาน และหาประสบการณ์อย่างแท้จริงเลย
เอาเว้ย อีกแค่ไม่ถึงสิบอาทิตย์เอง ทำงานอีกแค่เดือนครึ่งเว้ย สู้ๆ

อั๋น
ปล. ช่วงนี้ ทำอะไร รู้สึกว่าจะมีเพลงแบ็คกราวน์ All by myself ของ ซีลิน ลอยขึ้นมาเลย จริงๆนะ

 

4 thoughts on “อุปการะเด็กไทยในยุโรป

  1. all by myself, don’t wanna be all by myself anymore…keep posting mate. i enjoy reading it. =)though,you’ll have a brighter day! goodluck. x

  2. Yours are similar to my story, but I believe that facing to difficulties will make U be stronger.Cheer up!! Everything will soon be all right.

  3. พี่อั๋นไฟต์ติ้งงงงงงง!!!พี่อั๋นทำได้อยู่แล้วงับ ^^

  4. คอยติดตามบล๊อคถัดไปอยู่นะคับมาบ่นบ่อยๆ ;P สู้เค้าเว้ย แป๊ปเดียวก็เช้าแล้ว (เกี่ยวอะไรวะ = =")ฮ่าๆๆ เที่ยวเผื่อด้วย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s