Merry (my first) Christmas

ปีนี้เป็นปีแรกที่ช่วงปีใหม่อั๋นไม่ได้อยู่ที่ลำปาง แต่ปี้นี้ อั๋นได้มาฉลองคริสต์มาสจริงๆกับคนเยอรมันค่ะ ครั้งแรกจริงๆ ที่ได้ร่วมฉลองกับเค้า

2012-12-24 23.45.42

อย่างที่อั๋นบอกไว้ว่ารอบนี้เป็นเยอรมันรอบที่สองแล้ว มาอีกทีเรียกโง่ค่ะ แต่ก็ไม่ได้แย่เสมอไป เมื่อตอนต้นเดือนธันวา อั๋นไปเยี่ยมซุปเปอร์ไวเซอร์คนเก่าที่ Erlangen แล้วตอนเค้าจุดเทียนร้องเพลงต้อนรับคริสต์มาส อั๋นเลยถามว่า คริสต์มาสคนเยอรมันเค้าทำอะไรกัน เค้าก็บอกชวนว่า งั้นก็ไปบ้านเค้าซิ เมื่อวันคริสต์มาสอีฟ อั๋นเลยนั่งตรงไปบ้านพ่อเค้าเลย (แรดจริง นั่งรถไปหาผู้ชาย) ขอเรียกซุปเปอร์ไวเซอร์คนเก่าว่าบอสละกัน ง่ายดี นั่ง ICE ด้วยตั๋ว German railpass สองวันสุดท้าย เอาให้คุ้มไปเลย รถ ICE ทั้งขาไปและขากลับโล่งมากๆๆๆ โล่งจนกลัวเลยหน่ะ ขากลับนี้รู้สึกไปเองว่ารถไฟมันเร็วมากๆจนหูอื้อเลย คือไม่ได้รู้สึกแบบนี้ตั้งแต่เยอรมันเข้าหน้าหนาวละ มีแต่ดีเลย์เพราะหิมะตลอดเลย

อั๋นไปถึง Schwabach ตอนประมาณบ่ายสองกว่าๆ ไปถึงบอสก็มารับที่ชานชลาเลยค่ะ แว๊บแรก ผู้ชายสูง ผมยาวอ่ะ เท่สุดๆ โครตสเปคเลย แต่คิดว่า ถึงเราจะชอบผู้ชายผมยาวแต่ตอนเค้าผมสั้นแบบเมื่อก่อนเราจะคุ้นเค้ามากกว่า แล้วเค้าก็รีบบึ่งไปโบสถ์ ทันที เค้าก็เล่าเรื่องพระเยซูกับพระเจ้า เป็นภาษาเยอรมัน บอกตรงๆว่า ฟังออกแค่คำว่า Gott แค่นั้นแหล่ะ แต่ก็บอกเค้าว่า เรารู้ประวัติพระเยซู ไม่เป็นไร ไม่ต้องลำบากแปลก็ได้ค่ะ แล้วก็ร้องเพลงด้วย คุณพ่อของบอสเค้าเล่นทรัมเปตด้วยแหล่ะ เท่าที่รู้คือ บอสก็เล่นทรัมเปตเหมือนกัน พอเสร็จพิธี ก็ไปพูดคุยกับคนแถวๆนั้น บอสก็แนะนำ นี้ปฐมานะ มาจากไทย ตอนนี้อยู่อาเค่น บลาๆ ฝรั่งเค้าก้จะบอกว่า schön (สวย) ตลอดเลย แต่ไม่รู้ว่าเค้าหมายถึงสวย หรือหมายถีงประมาณว่า โอ้..ดีจังเลย น่าจะอันหลังมากกว่า ฮ่ะๆๆ

โบสถ์

โบสถ์

เสร็จพิธีก็สี่โมงกว่าๆ เค้าก็พาไปที่บ้าน แล้วแนะนำคนในครอบครัว บ้านนี้รวมๆแล้ววันนั้นมี 11 คน รวมอั๋นด้วย เก็บของแล้วพักผ่อนนิดหน่อยแล้วก็เตรียมกับพิธี เค้ามีการแสดงนิดหน่อย เป็นการเล่าเรื่องการประสูติของพระเยซู ลูกๆหลานๆบ้านนี้เป็นผู้หญิงทั้งสี่คน อายุไม่น่าจะเกินแปดขวบกันหมดหน่ะนะ แต่ลูกสาวคนเล็กของบอสเค้ายังเด็กไปยังร่วมแสดงไม่ได้ ลูกสาวคนโตของบอสเค้าเป็นคนเล่าเรื่อง แฟนบอสเป็นโยเซฟ แล้วหลานเค้าอีกสองคนเป็นเทวดา กับมาเรีย คือถึงจะฟังไม่ค่อยรู้เรื่องแต่ก็รู้ว่าเค้าเล่าเรื่องอะไรอยู่ บอสบอก ลูกสาวคนโตเหมือนเค้าจะชอบการแสดงนะ แต่ดูๆแล้ว น้องเค้าน่าจะเป็นผู้กำกับได้ดีกว่า เพราะตอนเล่นๆอยู่ แม่เค้าผิดคิว น้องเล่นบอกว่า แม่ไม่ได้ แม่ต้องมาตรงนี้แล้วทำแบบนี้นะ ตอนนั้นเลย ฮา น่ารักมาก

รูปเบลอไปนะ ฮ่ะๆๆ

การแสดงตอนประสูติพระเยซู น้องชุดแดงคือมาเรีย คนผู้ใหญ่เป็นแฟนบอสเล่นเป็นโยเซฟ รูปเบลอไปนะ ฮ่ะๆๆ

พอการแสดงเสร็จ ผู้ใหญ่เค้าจะไล่เด็กๆขึ้นบนบ้าน รอนางฟ้ามาแจกของขวัญ คนแถวๆนี้ ไม่มีซานต้า แต่เค้าเรียกว่า Christkind คือเท่าที่อ่านในวิกิ เค้าบอกว่า จะมีแค่แถวๆนั้นพวก ออสเตรีย สวิสแลนด์ แล้วก็เยอรมันบางที่แถวๆบัลวาเรีย เนินแบร์กอะไรพวกนี้  ก็จะมีผู้ใหญ่แอบเอาของขวัญไปวางใต้ต้นคริสต์มาส ระหว่างนั้น เด็กๆก็วิ่งวุ่นบ้านเลย แต่ห้ามเข้าห้องนั่งเล่นที่มีต้นคริสต์มาส เค้าเลยต้องพาเด็กๆไปร้องเพลงในห้องนอน อั๋นก็ไปนั่งฟังด้วย

คือ โมเมนต์นี้อบอุ่นที่สุดในช่วงคริสต์มาสของอั๋นเลย

คือ โมเมนต์นี้อบอุ่นที่สุดในช่วงคริสต์มาสของอั๋นเลย

แล้วพอร้องเพลงรอนางฟ้ามาจนทุกคนได้ยินเสียงกระดิ่งคือนางฟ้ามาแล้วนะ จริงๆแล้วคือของขวัญจัดเสร็จแล้ว เด็กๆก็วิ่งๆๆๆ ไปห้องนั่งเล่น ของขวัญก็วางไว้เต็มเลย ทุกคนเลยต้องบอกขอบคุณนางฟ้า Danke Christkind และเค้าบอกว่า ต้องร้องเพลงฉลองขอบคุณนางฟ้าแล้ว โดยสามหนุ่มของบ้านเล่นดนตรี และสาวๆก็ร้องเพลงให้

นี้เป็น Trio ในครอบครัวกันเลยนะเนี้ย

นี้เป็น Trio ในครอบครัวกันเลยนะเนี้ย

ร้องเพลงใต้ต้นคริสต์มาสพร้อมของขวัญเพียบเลย แต่ว่าเยอะไปนะ

ร้องเพลงใต้ต้นคริสต์มาสพร้อมของขวัญเพียบเลย แต่ว่าเยอะไปนะ

จากนั้น Opa ก็อ่านไบเบิลหนึ่งบท แต่อันนี้ไม่รู้จริงๆว่าพูดถึงเรื่องอะไร

คลาสสิกมากฮะ

คลาสสิกมากฮะ

แล้วทุกคนก็แกะของขวัญ โดยที่เริ่มจากหนึ่งคนสุ่มของขวัญมาหนึ่งชิ้น แล้วคนที่ได้ก็จะสุ่มต่อ ไปเรื่อยๆ แต่มันเยอะมากไง แกะไปได้ซักพักก็มีส่วนหนึ่งหนีไปทำกับข้าว ของอั๋นก็ได้นะ ดีใจอ่ะ ^^ อุตสาห์มีให้ มีอันนึงเป็นช็อคโกแลตลินด์ที่โรงงานอยู่ถัดจากหอพักไปประมาณหนึ่งป้ายรถเมล์ ฮ่ะๆๆ ขนาดแฟนบอสเค้ายังบอกเลย ฉันว่าของขวัญมันเยอะไปนะ จริงๆให้นิดๆหน่อยๆก็พอ อั๋นก็ให้นะ เป็นรถไฟสะกดเป็นชื่อลูกๆของบอส แต่ดันสะกดผิดซะงั้น ฮ่ะๆๆ เดี๋ยวร้านเปิดต้องไปซื้อใหม่ ไม่ได้ๆ

จากนั้นเราก็นั่งกินข้าวกัน เป็นไส้กรอก ต้มกับน้ำส้มสายชู หัวหอม แครอท (กินอะไรกันวะ) รสชาติก็โอเค ไม่แย่มาก

แล้วหลังจากกินข้าวเสร็จก็นั่งเล่นห้องนั่งเล่น นั่งคุย แกะของขวัญที่เหลือ Opa ก็สอนเราเล่นเปียโน เราบอก เราอ่านโน้ตไม่ได้ อ่านได้แต่ช้ามาก เค้าก็ให้เล่นเพลงอะไรซักอย่าง เราก็เล่น เค้าก็บอก โอ้เก่งจัง เราบอก จริงๆเราก็เล่นเปียโนได้นะ เล่นเพลงง่ายๆได้ เราเลยจัดเพลงคริสต์มาสไปสี่ห้าเพลง บอสดูท่าทางประหลาดใจมาก เค้าก็เลยเล่นด้วย เอร้ย ผู้ชายผมยาวเล่นดนตรีหน่ะแก….. โอ้ยยยยย ถึงจะเล่นแย่กว่าเราหน่อย แต่ก็ถือว่าเล่นได้ >.,<  เอร้ยยยย เขินโครต

นำเสนอรูปนี้มาก คือตรงหน้าอกเค้ามีดอกไม้สีม่วงที่เราถักให้ แล้วลูกสาวเค้าก็เอาให้เค้า แล้วเค้าก็เอามาผูกไว้ แล้วผมอีกข้างลูกสาวเค้าติดกิ๊บให้ บอสก็ใส่ทั้งคืนเลย

นำเสนอรูปนี้มาก คือตรงหน้าอกเค้ามีดอกไม้สีม่วงที่เราถักให้ แล้วลูกสาวเค้าก็เอาให้เค้า แล้วเค้าก็เอามาผูกไว้ แล้วผมอีกข้างลูกสาวเค้าติดกิ๊บให้ บอสก็ใส่ทั้งคืนเลย

ผอ. ค้าาาาาา

พอเริ่มดึก เด็กๆก็ทยอยนอนแล้ว เราก็เล่นกีต้าร์กะน้องสะไภ้ของบอส Opa บอก โห เปียโนก็เล่นได้ กีต้าร์ก็เล่นได้ เจ๋งอ่ะ เล่นไรอีก เราบอกเล่นดนตรีไทย เพราะที่บ้านสอน แต่เราเล่นทรัมเปตไม่เป็นหรอกนะ แล้วดึกอีกหน่อยก็เหลือผู้ใหญ่ นั่งกินเบียร์​คุยกันยันเกือบๆตีสองแหล่ะ เราจัดไวน์ไปหนึ่ง เบียร์ไปสอง นิดหน่อย ส่งตัวเองเข้านอน เรื่องที่คุยนี้ศัพท์เทคนิคมาเพียบเลย เราคุยเรื่องภาษาต่างๆ บอสเค้าจะทำงานด้าน Speech Processing เค้าจะเชี่ยวเรื่องนี้มาก เราก็ดันมาทาง Image Processing ก็ไม่ค่อยจะเข้าใจเท่าไหร่ อาศัยว่าเคยเรียน Phonetic มา เลยพอจะเดาได้ จริงๆที่ Uni ที่ Erlangen ตรงที่อั๋นเคยไปฝึกงาน เค้าบอกว่าสองแผนกนี้ชอบแซวกันตลอดอ่ะ คือมันเรื่องของ Signal เหมือนกัน แต่แตกไปทาง ภาพ กับ เสียง แล้วก็มีคุยเรื่องการศึกษาคือรายละเอียดเยอะพอที่จะเขียนบล็อคใหม่ได้อีกช่วงนึงเลยหล่ะ ข้ามๆ มันไม่เกี่ยวกะคริสต์มาสละ แล้วก็แยกย้ายกันไปนอน ง่วง – -” นอนดึกแล้วหายใจไม่ออก

วันที่ 25 วันคริสต์มาส ตื่นกันอย่างสาย แต่เด็กๆตื่นก่อนอยู่แล้วล่ะ อั๋นก็ไปนั่งดูเค้าเล่นเกม ขอบอกว่า เด็กสี่คนพูดแล้วอั๋นฟังรู้เรื่องที่สุดละ แต่ตอบไม่ได้ เด็กเค้าถามว่า เมื่อคืนนอนไหน เราก็ไม่รู้จะบอกว่าอะไร เลยชี้แล้วบอก there! เค้าก็งงๆ ช่างเหอะ ฮ่ะๆๆ แล้วก็กินข้าวเช้ากัน ตอนสิบโมงกว่าๆละ กินเสร็จก็นั่งเล่นกีต้าร์ หัวหน้าตื่นตอนสิบเอ็ดโมงมาทักทาย แล้วตอนเที่ยงๆแฟนเค้าก็ออกไปเดินป่า เราเลยขอไปด้วย เพราะแดดดีมาก อากาศดีมากๆๆ แบบ หายากในอาเค่นเลย ตอนนี้อาเค่นยังฝนตกอยู่เลย ก็เลยได้คุยกะแฟนหัวหน้าเยอะเลย เค้าบอกเคยอยู่อาเค่นด้วยปีนึง ตอนที่เรียนพยาบาลอยู่ (ใช่ เพราะอาเค่นก็ดังเรื่องด้านการศึกษาด้านสุขภาพเหมือนกัน) เค้าบอกว่า เมืองก็ดีนะ แต่ไม่ชอบคนแถวๆนี้ ภาษาก็ฟังยาก ก็ไม่แปลกใจ พออั๋นไปบอกคนที่อาเค่นว่า หนูไปเนินแบร์กมาค่ะ เค้าบอก เป็นไงภาษาเค้าฟังยากรึเปล่า (!?!) ภาษาใครภาษามันหน่ะเนอะ เราก็รู้ว่าคนแถบๆบาเย่นจะมีสำเนียงสุดตรีนมากๆ แต่เราก็ฟังไม่ค่อยจะออกหรอกว่ามันต่างกันยังไง ถ้าสำเนียงไม่ได้รุนแรงขนาดนั้นหน่ะ แต่พอจะรู้จากสำเนียงเวลาเค้าพูดภาษาอังกฤษว่า สำเนียงเค้าไม่เหมือนกัน (จริงๆนะ) ก็นะจริงๆแล้วคนแถวๆอาเค่นก็ต่างชาติเยอะมากกก กว่าที่แอร์ลางเง่นอยู่แล้ว เดินได้ซักพักก็กลับบ้าน

ไปถึงบ้านก็เจอหัวหน้ากำลังปั้น Knödel กันอยู่เลย ลืมไปเลยว่าเค้าบอกเราว่าวันนี้จะกิน Knödel กัน คือจัดอันดับอาหารเยอรมันที่อั๋นเกลียดนี้ Knödel มาอันดับหนึ่งตามมาด้วย Saurkraft เลย รอบที่แล้วเจอแค่อันดับสอง รอบนี้อันดับหนึ่งเลยจ้า หนึดๆ อย่างที่คิดเลย จะไม่กินก็ไม่ได้ เลยกินๆไปหนึ่งลูก T^T แต่เราก็กินเนื้อไปเยอะเหมือนกัน สองชิ้น (เค้าบอกทำไมกินน้อยจัง คือถ้าไม่มี Knödel อาจจะกินได้เยอะกว่านี้ก็ได้

คือ เป็นโมเมนต์ที่น่ากลัวขิงๆอ่ะ คนูเดิ้ล เต็มไปหมดเลย อารมณ์แบบ Homemade นะเว้ย แกจะบอกว่า แกไม่ชอบหรอ

คือ เป็นโมเมนต์ที่น่ากลัวขิงๆอ่ะ คนูเดิ้ล เต็มไปหมดเลย อารมณ์แบบ Homemade นะเว้ย แกจะบอกว่า แกไม่ชอบหรอ

ยังดีที่มีเนื้อให้กิน กลิ่นเนื้อโครตแรง ชอบๆ

คือยังไงเราก็ยังไม่ชอบ Knodel อยู่ดีนะ - -"

คือยังไงเราก็ยังไม่ชอบ Knodel อยู่ดีนะ – -“

กินเสร็จก็ได้เวลากลับบ้าน บอกลาทุกคน ได้กอดทุกคนเลย เขิน หัวหน้าให้น้ำผึ้งที่พ่อเค้าทำเอง คือบอสนามสกุล ​Hoeing แล้วน้ำผึ้งภาษาเยอรมันคือคำว่า Honig อย่างที่บอกเมื่อก่อนเลย Mr Honey, you are sweet as Honey. ^_^ พี่ชายบอสบอก You will have Honey from Mr. Honey ฮ่ะๆๆ

บ้านนี้เจ๋งอีกอย่างคือ Opa เท่าที่รู้เค้าทำพวกแยม น้ำผึ้ง น้ำผลไม้ อะไรพวกนี้เองหมดเลย ไม่รู้ว่าเมื่อก่อนเค้าทำงานอะไรนะ แต่พูดภาษาอังกฤษเก่งมากเลย ถึงเค้าจะบอกว่าเค้าพูดได้ไม่ค่อยดี แต่เราก็เข้าใจ เข้าพูดเยอรมันเราก็เข้าใจ เพราะเค้าพูดช้าๆให้เราเข้าใจ แบบหายากนะ ที่คนแก่ๆแบบนี้จะพูดอังกฤษได้เข้าใจได้ดีขนาดนี้ เจอเราทีไรจับมือเราอย่างแรงอ่ะ ดีใจที่ได้เจอจริงๆ ฮ่ะๆๆ

บอสไปส่งที่สถานีรถไฟ ระหว่างทางเค้าก็บอกว่าถ้าได้ด๊อกเตอร์ก็จะหางานละ อยากทำในโรงงานเหมือนกัน แต่เรื่อง Speech คงหายาก เราก็บอก อยากทำโรงงานเหมือนกัน เคยไปทำมาสี่เดือน ชอบมากๆเลย แล้วก็ถามว่า คิดจะมีลูกเมื่อไหร่หนิ เราแอบตกใจ คือแผนมีลูกหน่ะมีอยู่แล้ว แผนใหญ่ด้วย ใครๆก็รู้ แต่แบบ มีผู้ใหญ่มาถามแบบนี้ก็ไม่กล้าตอบเลย เราเลยบอก Aaaa, not yet, Ich bin noch ledig! แหะๆ เค้าบอกแฟนเค้ามีเป้าหมายชัดเจนมาก คือต้องมีลูกให้ได้ก่อนสามสิบ แล้วก็ได้ผลด้วย คือเราก็มีแผนแบบนั้นเหมือนกัน มีลูกก่อน 30 รอนานกว่านั้น เด๋วพอลูกเรียนจบกว่าจะใช้งานได้ก็ห้าสิบละ เลี้ยงลูกจนเหนื่อยอ่ะ แบบ มีลูกชายพูดได้สองภาษา เล่นกีต้าร์ได้ ทำกับข้าวอร่อย นี้เป็นเป้าหมายที่ชัดเจนมากจนเพื่อนแซวว่า หาพ่อรึยัง ถ้า Qualification ของพ่อไม่ดี นี้เลี้ยงยากหน่อยนะ (… แบบนี้เรียกแดกจุดค่ะ)

บอสอยู่รอส่งอั๋นจนรถไฟมา คือนี้ตั้งแต่มาเยอรมันรอบนี้ เพิ่งมีครั้งแรกที่มีคนส่งเราจนรถไฟออกอ่ะ โมเมนต์ที่บ้ายบายที่หน้าต่างอั๋นจะร้องไห้อ่ะ T^T เค้าบอกถ้ามีโอกาสอยากมาเมื่อไหร่ก็มาได้นะ ต้อนรับเสมอ โมเมนต์นี้ดีใจมากๆเลยที่ได้มาเยอรมันอีกครั้ง ถ้ามีโอกาสได้มาอีก แวะ Erlangen จะเป็นแผนแรกๆเลย

ปล. เที่ยวตลาดคริสต์มาสที่เนินแบร์กรอบที่แล้วไปบอกธีระว่า ที่นี่เค้ามีนางฟ้าคริสต์มาสด้วยนะ เฟ้นหาแบบนางนพมาศบ้านเราเลย ต้องเป็นสาวผมบลอนด์อายุประมาณ 19-20 ปี พอธีระไปเจอเป็นป้าแก่ๆแต่งตัวเป็นนางฟ้านี้ชีถึงกับเซ็งไปเลย แล้ววันที่ 24 ตอนอั๋นไปถึงเนินแบร์กเค้ามีพิธีปิดงานตลาดคริสต์มาสมั้ง เจอนางฟ้าพอดีเลย เลยถ่ายมาให้ดูว่านางฟ้าตัวจริงต้องแบบนี้นะ

นางฟ้าตัวจริงแล้ว ฮ่ะๆๆ

นางฟ้าตัวจริงแล้ว ฮ่ะๆๆ

ไม่รู้

อยู่ไกล ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเลย

รู้ตัวอีกทีก็อกหักซะแล้ว

ฮ่ะๆๆๆๆ….

 

ไม่เป็นไร ขนาดอยู่ใกล้ๆกันยังทำอะไรไม่ได้เลย

ทริปตามรอย(ตัวเอง) 1

อยากจะรีบเขียน ก่อนที่จะลืมซะก่อน เพราะมีเรื่องดองไว้แล้วไม่ได้เขียนหลายอย่างมาก แต่รูปไม่มีนะ มัวแต่ดีใจ ไม่ได้เก็บภาพไว้เลย

อาทิตย์ที่ผ่านมา วันที่ 7-8-9 ธันวาคม อั๋นได้กลับไปที่ฟานโคเนียนอีกรอบ เป็นที่ๆอั๋นเคยอยู่เมื่อสองปีที่แล้ว ที่ๆให้ประสบการณ์ทั้งดีและไม่ดี แต่ก็โชคดีมากๆที่ได้ไปและรู้จักคนที่นั้น เป็นการเปิดโลก เปลี่ยนทัศนะคติของอั๋นไปเยอะเหมือนกัน

ถนนหน้า Arcaden ที่ Erlangen

ถนนหน้า Arcaden ที่ Erlangen

วันศุกร์ขอลางานครึ่งวัน Supervisor บอกว่า ลาได้ แต่จดเองนะ ตามสบายเลย ตอนบ่ายๆก็ออกมา แล้วนั่งรถ ยิงยาวไป Erlangen เลย เพื่อไปหาครอบครัวของ Supervisor คนเก่า ที่ดูแลเราเมื่อตอนเรามารอบที่แล้ว มาถึง Erlangen แบบ พอออกมาจากสถานีรถไฟ ความรู้สึกแรกก็คิดถึงเลย ถนนที่หน้าสถานีรถไฟที่ตอนนั้นกำลังซ่อม ก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อก่อน เมืองนี้ มีแต่ที่ก่อสร้างเต็มไปหมดเลย ตอนนี้ถนนก็เป็นระเบียบสวยงาม รอบๆก็ตกแต่งด้วยไฟต้อนรับคริสมาสต์ สายรถเมล์ก็เหมือนจะเปลี่ยนไปแล้วด้วย แต่ทางเดินนี้ไม่อยากเชื่อว่าเราจะยังจำได้อยู่เลย เดินไปบ้าน Supervisor ไม่หลงเลย ตื่นเต้นนิดหน่อย ว่าเค้าจะจำเราได้รึเปล่า เค้าจะต้อนรับเราดีรึเปล่า แต่เราคิดถึงเค้ามากๆเลย

ไปถึงบ้านเค้าแล้ว แอบมองจากหน้าต่าง แอบงง มีหนุ่มตัวสูงผมยาวอยู่ในบ้าน ใช่รึเปล่าหว่า แล้วก็เดินเข้าไปประตูที่เขียนไว้ว่า Hönig (แปลว่าน้ำผึ้ง เป็นนามสกุลของเค้า) แบบน่ารักๆ แล้วเค้าก็ออกมารับ โอ้ยยยยยย แกเอร้ยยยย ซุปเค้าไว้ผมยาว น่ารักเฮียๆเลย ยิ่งกรี๊ดหนุ่มผมยาวอยู่ จำได้ว่าเห็นเค้าครั้งแรกเมื่อตอนนั้นคือ ผู้ชายตัวสูง ผอม สกินเฮด เดินมาหาเรา จับมือ เราก้มไปมองเท้าเค้า เค้ามาเท้าเปล่า! อยู่ในมหาวิทยาลัย วันนั้นเค้าตัวสูง ผอม ผมยาว ออกมาจากครัว มือถือตะหลิว เดินมากอดเรา เอร้ย คิดถึงโครตๆ จริงๆมาบ้านนี้แค่สามครั้งเอง ยังจำทางได้อยู่เลย ฮิฮิ

ไปถึงโน้น เจอพ่อของซุป ลูกสาวเค้าสองคน แล้วก็แฟนเค้า เค้าบอกว่า ขอบคุณที่ส่งช้างไปให้ ตอนแรกว่าจะเขียนการ์ดตอบ แต่ไปๆมาๆ ก็ไม่ได้ส่ง ลืม -*- เกือบลืมไปแล้ว นึกว่าส่งไปไม่ถึง ส่งให้ตั้งแต่ตอนปีใหม่ปี 2011 แล้วลูกเค้าก็เอาช้างที่เราให้ไปขี่ น่ารักอ่ะ ^^ แล้วลูกสาวเค้าก็เอาดอกไม้มาให้ เข็มกลัดเป็นดอกไม้สีม่วงขาว แล้วเค้าก็ห่อเองด้วย น่ารักมาก เลยเอามาติดเสื้อจนถึงวันนี้เลย

CameraZOOM-20121211153311722

ติดหน้าอกกับเสื้อตัวเก่ง

วันนั้นข้าวเย็นมีไส้กรอก สลัด มันฝรั่ง และ ผักดองที่เค้าเรียกว่า Sauerkraut ปกติกินที่ Bistro จะขอให้เค้าเอาออกตลอด พูดเยอรมันไม่ค่อยได้ แต่พูดว่า ไม่เอา Sauerkraut ได้หน่ะ คิดดู อาหารเยอรมันที่เราเกลียดที่สุดรองจากซาลาเปาเยอรมันที่เค้าเรียกว่า Knödel เลย เพราะอั๋นไม่ชอบกินของดองอยู่แล้ว แต่เค้าก็ทำกันตรงนั้นเลย บอกเป็นแฮนเมด ไอ้เราจะไม่กินก็เกรงใจ กลัวเสียมารยาท Y_Y กินก็ได้

คุณพ่อของ Supervisor เค้าก็รู้แหล่ะว่าเราไม่ชอบ เค้าก็เตรียมสลัดไว้ให้แล้วหล่ะ อิ่มอกอิ่มใจมาก บ้านนี้เค้าชอบมีของทำเอง น้ำผึ้งทำเอง น้ำผักดองทำเอง น้ำแอปเปิ้ลทำเอง แยมทำเอง เป็นบ้านที่น่ารักแบบแปลกๆดี จริงๆเราก็คิดว่า Supervisor คนนี้เค้าก็แปลกๆเหมือนกัน มาเห็นที่บ้านก็ไม่ค่อยสงสัยมากแล้วหล่ะ ฮ่ะๆ (จำได้ว่าเขียนเรื่อง ซุปเปอร์ไวเซอร์ว่าเค้าแปลกๆยังไง แต่เขียนไม่เสร็จ เลยไม่ได้อับเลย แต่ยังเป็น draft มาสองปีแล้ว – -a)

มีเรื่องคุยกันพอสมควรเลย ไม่เจอกันสองปี พอกินข้าวเสร็จ เค้าก็จุดเทียนกัน เป็นเทียนสีแดง จุดไว้หนึ่งแท่ง เราถามเค้าว่าทำไมจุดแท่งเดียว เค้าบอกว่า อาทิตย์ต่อไปก็จะจุดเพิ่ม มีทั้งหมดสี่แท่ง จุดเพิ่มอาทิตย์ละแท่ง พอถึงคริสมาสต์ก็ครบสี่พอดี แล้วก็นั่งร้องเพลงกันกะลูกๆ เห็นภาพคุณพ่ออุ้มลูกร้องเพลง เป็นอะไรที่น่ารักสุดๆเลย แล้วอั๋นก็ถามเค้าว่าวันคริสมาสต์เค้าทำอะไรกัน เพราะอั๋นก็ไม่เคยฉลองคริสมาสต์เลย เค้าก็บอกว่า ไปโบสถ์ แกะของขวัญ กินข้าว อะไรพวกนี้แล้วถ้ายังไง เดี๋ยวเค้าถามคนที่บ้านก่อนว่าจะชวนอั๋นไปได้รึเปล่า จริงๆถ้าไม่ชวนก็ไม่เป็นไรนะ แต่ถ้าชวน เราก็อยากไปนะ

พอเสร็จแล้ว เราก็เล่นเกม Memory คือให้จับคู่ภาพการ์ด ใครได้เยอะสุดก็ชนะ ลูกสาวคนโตของเค้าเก่งมากๆ จำแม่นมากเลย แต่เกมแรกอั๋นชนะได้ไงก็ไม่รู้ เกมที่สองน้องเค้าชนะไป แต่คุณพ่อมาเล่นกับลูกๆก่อนนอนนี้ โอ้ย คุณพ่อในฝัน เพราะบ้านอั๋น พ่อกับแม่ก็มาเล่น มาเล่านิทานให้ฟังก่อนนอนตลอดเลย ติดฟังนิทานยัน ม.ต้น จนแยกห้องนอนกับน้องชายเลยหล่ะ

พอลูกสาวเค้าจะนอนแล้ว ก็ถึงเวลาต้องกลับแล้ว ลูกสาวเค้าบอกว่า น่าจะให้เราอยุ่ต่อนะ อั๋นนี้แทบอยากจะเอากระเป๋าวางแล้วอยู่ต่อเลย แต่ไม่ได้ คิวอาทิตย์นี้เรายาว ยังมีตามรอยตัวเองอีกหลายที่ หลายคน เดี๋ยวบล็อคต่อไปมาเล่าต่อ อู้นานเกินไปแล้ว 🙂

ปล. พ่อของลูกอยากได้น่ารักอบอุ่นกะลูกชายเราแบบนี้นะ รักเราน้อยกว่าได้ แต่ต้องรักลูกมากที่สุด เหมือนคุณพ่อเราด้วย ^_^

Milk allergy

อยู่ๆก็แพ้นมขึ้นมาซะงั้น รอบแรกกินไปก็ท้องเสีย แต่คิดว่าอาจจะเป็นที่สาเหตุอื่นด้วย แต่วันนี้เมื่อเช้ากินแต่นมอย่างเดียว ไม่ได้กินอะไรเลย ท้องก็เสียจริงจังมากเลย ปกติเป็นคนไม่ค่อยกินนมอยู่แล้ว แต่วันนี้กินข้าวไม่ทัน เลยซื้อนมมากิน ไม่ได้ละ วันหลังกินขนมปังอย่างเดียวพอ แต่ก็ไม่แน่ ช่วงนี้มีเด็ก Bio อยู่ในห้องตั้งสองคน ลองถามเค้าดูดีกว่า

วันนี้ปวดท้อง ไม่อยากทำงาน แต่ขี้เกียจลากลับบ้าน แต่ถ้าปวดท้องอีกรอบก็ขอลาละค่ะ แต่หลังจากข้าวกลางวัน ก็ค่อยยังชั่วละ ทำงานต่อดีกว่า

Happy Birthday My blog

เค้าบอกว่า บล็อคนี้ครบรอบสามปีแล้ว

แต่จริงๆบทความเก่าที่สุดน่าจะเกินสามปีแล้วนะ เพราะอั๋น Transfer มาจาก Spacelive ก่อนมันจะเจ๊ง จริงๆแอบเสียดายบล็อคที่เขียนไว้สมัย ม.ปลาย พอเข้ามหาวิทยาลัย ไม่รู้คิดยังไง ลบบล็อคตัวเองทิ้งเฉยเลย นี้บล็อคแรกของสเปสอันเก่าที่เป็น official aun

Keep writing 🙂

wordpress