ยังไง้ ยังไงก็ง่วง ภาคสอง

ต่อจากบล๊อคที่แล้ว อั๋นเขียนวิธีที่แอบหลับตอนหลังมือเที่ยงเอาไว้ 

คือการง่วงนอนของอั๋นคือ หนังท้องตึงหนังตาหย่อนได้รึเปล่านะ คิดว่าแต่ละคนคงมีกระบวนการอะไรไม่เหมือนกันหรอกนะ บางคนตื่นเช้าได้ บางคนต้องนอนกลางวัน บางคนตอนเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ บางคนก็ตื่นเที่ยงได้เลยก็มี สำหรับอั๋นคือ ตื่นเช้าได้ แต่ต้องนอนกลางวัน 

วันนี้อั๋นก็ไปหาวิธีที่จะทำให้ไม่ง่วงในตอนบ่าย มีหลากหลายมาก ที่เห็นเยอะๆก็จะมีตามนี้เลย

กินกาแฟ: คลาสสิกมาก ยัดคาเฟอีนกันไปเลย แย่หน่อยที่อั๋นไม่กินกาแฟ แต่อั๋นก็เจออีกข้อนึง

เลี่ยงกาแฟ: เอ้า ตกลงว่าไงหนิ เค้าบอกพวกสารกระตุ้นจะไปทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่คงที่ 

ไม่กินจนอิ่มเกินไป หรือไม่กินอาหารไขมันสูงๆ: เพราะว่าร่างกายจะเอาพลังงานไปใช้ในการย่อยอาหารหมด ง่วงแน่นอน แต่ตอนอั๋นลดน้ำหนัก ไม่กินข้าวเยอะ ก็ยังง่วงอยู่นะ บางทีไม่กินแป้งเลยด้วยซ้ำ ไม่ช่วยเล้ย…

หาอะไรกิน: ตกลงว่าไงหนิ กินหรือไม่กิน แต่ที่แน่ๆ ถ้ามีหมากฝรั่งด้วยก็จะไม่หลับนะ แต่อั๋นไม่ชอบกินหมากฝรั่งหรือลูกอมซักเท่าไหร่ แล้วก็ไม่ค่อยซื้อด้วย แต่สมัยเรียน ป.ตรี ก็จะซื้อติดตัวเหมือนกัน เผื่อฉุกเฉิน แต่ส่วนใหญ่ขอเพื่อนข้างๆมากกว่าฮิฮิ

ลุกขึ้นเดิน: อันนี้พอไหวอยู่ ถ้ารู้ตัวนะ พอดีอั๋นจะหลับแล้วไม่ค่อยรู้ตัว มันจะง่วงเบลอแล้ววูบไปเลย เคยลุกไปล้างหน้า แป๊บเดียวแหล่ะ หลับเหมือนเดิมขอบอก

นอนตอนกลางคืนให้เพียงพอ: อันนี้ขอบอกเลยว่าไม่ได้ผลสำหรับเรา ไม่ว่าจะนอนตอนกลางคืนมากขนาดไหน ตอนบ่ายก็ง่วงอยู่ดี คนเราควรนอยไม่น้อยก่วา 6 ชั่วโมง แต่ทุกวันนี้ อั๋นนอนวันละ 8 ชั่วโมงเลย แล้วตื่นก่อนนาฬิกาปลุกนิดหน่อย บอกตรงๆเลยว่าข้อนี้ใช้ไม่ได้ ช่วงนี้นอนเยอะกว่าตอนอยู่ไทยอีก

ออกกำลังกายตอนเย็น​: เค้าบอกว่า จะทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า แถมให้กลางคืนหลับสบายอีก อันนี้ก็เมื่อก่อนไปฟิตเนสแทบทุกวัน ไม่ช่วยค่ะ ตอนบ่ายก็ต้องนอนอยู่ดี แถมก่อนฟิตเนส ก็ต้องหลับก่อนสิบนาที เทรนเนอร์ส่วนตัวต้องไปปลุกตลอดแหะๆๆ

ที่สุดแล้ว ง่วงก็ต้องนอนฮะ สิบนาทีก็ได้ การนอนงีบตอนกลางวันมีแต่ประโยชน์​ถ้าไม่ได้นอนทีสองชั่วโมงแบบที่อั๋นทำตลอดหน่ะนะ ตอนนี้วิธีที่ดีที่สุดคือนอนนั้นแหล่ะ

ยังไง้ ยังไง มันก็ง่วง

จริงๆแล้ว อั๋นจะมีปัญหาเรื่อง ง่วงนอนช่วงเวลาหลังอาหารกลางวันมาก เท่าที่พอจะจำได้ก็คือเป็นตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ปกติอยู่บ้านพอกินข้าวกลางวันเสร็จ อั๋นก็จะหลับไปเลย สองชั่วโมง ความจริงก็รู้ว่า นอนเยอะขนาดนี้มันก็ไม่ดีเท่าไหร่นะ แต่วันหยุดเสาร์อาทิตย์ ถ้าไม่ไปไหน ก็จะนอนอยู่บ้านสองชั่วโมงไปเลย คือการนอนกลางวันเนี้ย ไม่รู้ว่าทำไม คือถ้าไม่ครบสองชั่วโมง อั๋นจะเพลียมากๆ แล้วก็หงุดหงิดด้วย ต้องใช้เวลาซักพักกว่าร่างกายจะฟื้นเป็นปกติ จริงๆแล้วก็เป็นคนที่หลับง่ายมากๆ ถ้าไม่มีปัญหาอะไรถึงขนาดต้องเก็บไปคิดจนเครียดนี้ นั่งนิ่งๆเกินชั่วโมงครึ่งก็หลับเลย (ฉะนั้น ดูหนังที่บ้านให้จบเป็นเรื่องๆไปนี้จะลำบากมาก ต้องมีอะไรกินด้วย) แล้วถ้าไม่ได้นอน ก็จะทำงานตอนบ่ายไม่ได้ ยังไงมันก็ง่วงอยู่ดี

ปัญหามันก็ไปเกิดตอนที่ต้องเรียน หรือต้องทำงานนี้แหล่ะ เดี๋ยวจะเล่าเรื่องการแอบหลับในช่วงที่ผ่านมาก่อน

สมัยเรียน ป.ตรี อยู่หอใน บางวันถ้าง่วงจัด จะยอมไม่กินข้าวแล้วหนีกลับไปนอนที่ห้องเลย อันนี้เพื่อนๆจะรู้กัน ถ้าเราไม่อยู่ คือถ้าตอนบ่ายไม่มีเรียนนี้ก็กลับห้องนอนเลย ถ้านัดกันทำงานก็หลับตรงที่เพื่อนทำงานนั้นแหล่ะ ถ้ามีเรียนตอนบ่าย ก็กินเสร็จก็จะงีบก่อนแป๊บนึง สิบนาที อะไรก็ว่าไป แต่จะมีชอทที่เพื่อนเห็นประจำคือ ถ้าเป็นคาบแลคเชอร์ จะเห็นอั๋นนั่งเขียนหนังสืออยู่แล้วหนังสือจะมีรอยอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมดเลย หมายความว่าหลับไปแล้ว แต่ด้วยสกีลขั้นเทพที่อับมาเรื่อยๆ จนทำให้การงีบหลับโดยที่ยังจดแลชเชอร์ได้อยู่เป็นเรื่องที่เป็นความสามารถเฉพาะตัวมากๆ ก็เป็นอย่างนี้จนเรียนจบแหล่ะค่ะ

ภาพชินตา

ภาพชินตา

พอเรียนจบก็ไปทำงานที่เยอรมัน ให้ตายเหอะ โรคง่วงตอนกลางวันมันก็ไม่หาย ตอนนั้นโต๊ะทำงานอยู่ตรงข้ามกับโต๊ะของซุปเปอร์ไวเซอร์เลย คอมบังเต็มๆ ตอนบ่ายงีบหลับไม่มีใครเห็น สิบนาที ยี่สิบนาที ก่อนจะตื่นมาทำงานต่อ ตอนนั้นทำมหาวิทยาลัย เลยไม่ค่อยเครียดเท่าไหร่ บางทีก็บอกหัวหน้าว่า ไม่ไปกินข้าวด้วยนะ จะไปกินกะเพื่อน แล้วแอบหลับจนเค้ามา แล้วออกห้องไปกิน เป็นวิธีการอู้ที่แนบเนียนมาก แต่ที่ทำบ่อยๆคือ นั่งหลับหน้าคอมนั้นแหล่ะ คือจริงๆไม่ได้อยากจะหลับนะ แต่มันฝืนไม่ได้ มันหลับไปเอง

พอกลับมาทำงานที่ไทย ก็จะต้องหลับกลางวันเหมือนกัน ดีที่ที่ทำงานเค้าไม่ว่าอะไร ทุกคนจะรู้กันอยู่แล้วว่าอั๋นต้องนอนกลางวันก่อน ไม่อย่างนั้นจะทำงานไม่ได้ พอกินข้าวเสร็จก็ขึ้นมาพักเลย หลับแบบจริงจังเลย โดนแซวนิดหน่อย แต่ก็ไม่มีอะไร คือยังไงๆมันก็ต้องหลับหน่ะ ทั้งตอนทำออฟฟิส ทั้งตอนที่ทำโรงงานเลย ที่โต๊ะทำงานก็จะมีหมอน หรือผ้าห่มประจำตัวเลย สบายๆ ยิ่งตอนทำโรงงานนะ ในห้องมีแต่ลูกน้องอา (อ่าว เด็กเส้น) ไม่มีใครกล้าว่าอะไรหรอก ทุกคนเค้าก็พักกันจนกว่าจะเริ่มงานแหล่ะ

สมัยที่อั๋นต้องเรียนสเปนตอนบ่าย อั๋นก็หลับในรถตู้แหล่ะ กว่าจะไปถึงมหาวิทยาลัย ก็ตื่นเต็มตา เรียนอย่างมีความสุข แล้วตอนเรียน ป.โท ดีที่เค้ามีเรียนตอนบ่ายเยอะเท่าไหร่ แต่มีก็หลับแบบสมัยเรียน ป.ตรีนั้นแหล่ะ ขนาดมีอยู่ห้าคน สติเราก็ไม่อยู่แล้ว แต่ปกติมันเป็นวิชาแลป คือหลับก่อน แล้วบ่ายสองตื่นมาทำงานตลอด อาจารย์เค้าก็รู้ เค้าจะไปคุยกับคนอื่นก่อน พวกวิชาแลคเชอร์ถ้าเรียนบ่ายคือเค้านัดเพิ่ม

ตอนนี้อั๋นกลับมาทำงานที่เยอรมันอีกแล้ว กินข้าวเสร็จก็ขึ้นมาทำงานต่อเลย โอ้ย ไม่พงไม่พักอะไรกันเลย ง่วงจะตายอยู่ละ ตอนนี้อาศัยที่ว่า คอมพิวเตอร์บังหน้าอยู่ เลยงีบหลับได้ แต่ถ้าไม่มีใครอยู่นี้ หลับยาวเลย -*- ง่วงจะตายอยู่ละค่ะ พยายามจะไม่หลับนะ ถ้าไม่ใช่ว่ามีงานติดพัน ยังไงมันก็สติหลุดอยู่ดี

หลับยกแถว ใครหว่า ฮิฮิ

หลับยกแถว ใครหว่า ฮิฮิ  @natthaof

เดี๋ยวตอนหน้าจะมาเขียนว่า วิธีที่เค้าใช้ๆกันเพื่อไม่ให้ง่วงตอนกลางวันมีอะไรบ้าง อั๋นได้ลองใช้บ้างรึยัง ทำไมยังง่วงอยู่นะ

แกล้งหลับ อยากถ่ายรูป

แกล้งหลับ อยากถ่ายรูป

อยู่เยอรมัน

+ kartoffel, wurst mit pommes, รถ ice, หน้าร้อน, ดูคอนเสิร์ต, หลับ, semester ticket, รถเมล์, ภาษาเยอรมันที่ฟังแล้วเข้าใจ, เพลงเยอรมัน, ดนตรีคลาสิก, ซื้อของออนไลน์, ออกกำลังกาย, ชีส, โกโก้สตาร์บั๊ค, ฮีตเตอร์, คอกเทล, เล่นไพ่, ผ้าห่มไฟฟ้า, อาบน้ำอุ่น, ผอ.
– saurkraft, Knödel, ข้าวฝรั่ง, หิมะ, อากาศหนาว, รถไฟดีเลย์, รถไฟดีเลย์เพราะหิมะ, รถไฟอยู่ๆก็ไม่วิ่งเพราะรางมีหิมะ, เวลาที่ตัวเองคิดว่าจบไม่ทันแน่, เยอรมันวันอาทิตย์, รองเท้าเปียก, ภาษาเยอรมันรัวๆ, นอนไม่พอ, ราคาของกิน, อ่านหนังสือ, หน้ามึดจะเป็นลม, คนเยอรมันตอนทำงาน, อาบน้ำอุ่นแต่น้ำไม่อุ่น, คนตรวจตั๋ว

Once again in Winter

เบื่อจังเลย

รู้สึกไม่ได้ตื่นเต้นกับการเที่ยวเท่าไหร่เลย อยู่ที่นี่ อะไรๆก็เหมือนกันไปหมด บ้านเมือง หิมะ หน้าหนาว เที่ยวไม่สนุกเลย งานก็ไม่สนุก แอบคิดว่า ไม่เรียนแล้วหนีกลับบ้านดีรึเปล่าเนี้ย เฮ้อ…. หน้าหนาวนี้ไม่ดีเลย สว่างก็ช้า มึดก็เร็ว แต่ช่วงนี้เริ่มมึดช้าแล้ว แต่อาการแบบนี้มันชวนขี้เกียจมากๆเลย ไม่รู้ตอนนี้ขี้เกียจ หรือว่า เบื่อกันแน่ มาเยอรมันรอบนี้ นอกจากทริปเจอเพื่อน ก็ไม่มีทริปไหนที่อั๋นรู้สึกว่า โห ดีใจจังที่ได้มา มันสวยมาก ขนาดไปเที่ยวสวิสที่เค้าว่าสวยๆเรายังไม่ตื่นเต้นเลย จริงๆ หรือว่าความจริงแล้ว อั๋นไม่ชอบเที่ยวเมือง อั๋นชอบเที่ยวทะเล เดินป่า หน้าหนาว ไปเที่ยวไหนก็ไม่ได้ จริงๆแล้วอั๋นอาจจะเกลียดหน้าหนาวก็ได้ จะว่าไปแล้ว ก็นึกถึงตอนที่ไปอเมริกา ช่วงเดือนแรก หิมะตก อั๋นไม่ออกไปไหนเลย เบื่อมาก ไม่ชอบหิมะ ไม่ชอบอากาศหนาว หนาวมากๆ อั๋นเกลียดหน้าหนาว อั๋นชอบหน้าร้อน อั๋นเกิดเดือนเมษา อั๋นชอบหน้าร้อน เมื่อไหร่หน้าหนาวจะหมด ขี้เกียจมากๆเลยรู้มั้ย อากาศหนาว ทำให้คนขี้เกียจ อากาศร้อนก็ทำคนขี้เกียจเหมือนกัน แต่ความรู้สึกมันต่างกันรู้รึเปล่า จริงๆแล้ว คงไม่ได้เหงานะ เพื่อนเยอะ มีแต่คนใจดีทั้งนั้นเลย อั๋นว่าคงเป็นเพราะบรรยากาศหน้าหนาวที่มันชวนขี้เกียจ และน่าเบื่อไปหมดทุกสิ่งอย่างแน่ๆเลย ต้องรอวันหิมะละลาย วันที่งานเสร็จ เรียนจบ เที่ยวตามฝันซักที มานี้ ยังไม่ได้ซัก Pin point เลย

เฮ้ออออ ไม่ไหวแล้วนะ อาการแบบนี้ ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร กลับหอก็เหนื่อยจนทำอะไรไม่ได้ หนังสือก็ไม่อยากจะอ่าน ภาษาเยอรมันก็ไม่อยากจะเรียน จะเอาตัวเองมาหาอะไรที่นี่เนี้ย น่าเบื่อมาก เบื่อตัวเองไม่ยอมทำอะไรจริงๆจังๆซักอย่าง หาเหตุผลให้ตัวเองไม่ได้เลย ว่าทำไมถึงได้หงุดหงิดและก็เบื่ออะไรได้ขนาดนี้ หึ๋ยยยย

Aachen เป็นเมืองแห่งการศึกษาจริงๆ ช่วงนี้ก็ช่วงสอบแล้ว คนอื่นก็จะปิดเทอมหมดแล้ว

Aachen เป็นเมืองแห่งการศึกษาจริงๆ ช่วงนี้ก็ช่วงสอบแล้ว คนอื่นก็จะปิดเทอมหมดแล้ว

ช่วงนี้ก็ใกล้ๆสอบละ พวกที่เค้ามาเรียนก็เริ่มสอบ เร่ิมใกล้จะปิดเทอมกันแล้ว มีแต่เรานี้แหละ ยาวไปถึงเมษาเลย กำลังเร่งตัวเองให้จบก่อนสงกรานต์ จะได้รึเปล่าเนี้ย ฮือออ…. ความขี้เกียจมันเกาะหนายังกะหิมะเลยอ่ะ

ยินดีด้วยจ้า

ช่วงนี้เด็กพระจอมคงมีรูปม๊อบคนชุดแดงเต็มทามไลน์เลย

ปกติการซ้อมรับปริญญาที่มหาวิทยาลัยจะมีสองวัน แล้ววันที่สามจะไปซ้อมที่สถานที่จริงเลย

เราอาจจะรู้สึกไปเองก็ได้ว่า วันที่สอง บัณฑิตจะดูดีน่ารักสดใสกว่าวันแรก เพราะวันแรกส่วนใหญ่จัดเต็มมาก เพราะเป็นวันที่จะต้องถ่ายรูปรวมทั้งคณะ วันที่สองเลยชิลๆ แต่งมาพอสวยงาม เห็นรูปของวันแรกนี้บางคนจำไม่ได้เลย สวยเกิน ฮ่ะๆๆ อาจจะดีก็ได้มั้ง แต่รู้สึกไปเองว่า วันที่สอง บัณฑิตจะสวยชิลๆมากกว่าเนอะ ขนาดเรายังคิดว่า แต่งหน้าเองวันที่สอง เรายังสวยกว่าให้ร้านแต่งจัดเต็มเลย ถ้าไม่นับว่าตอนนั้นอ้วนมากเลยนะ ฮ่ะๆๆ พอดีตอนนั้นเพิ่งกลับจากเยอรมัน

Image

วันแรก

Image

วันที่สอง จบแล้วแต่ยังโสด คาดว่าจบใบที่สองก็คงยังโสดต่อไป

Image

วันจริง แบบว่าจัดเต็มมาก เกิดมาไม่เคยเสียค่าแต่งหน้าแพงขนาดนี้เลย แต่ก็ยังไม่ได้ครึ่งนึงของครีมบำรุงผิวที่ใช้ประจำเลย ฮิฮิ

Patama has a meaning

ตั้งแต่อั๋นเปิดทวิตเตอร์เป็นแบบ Public นะ รู้สึกมีคนต่างชาติตามอยู่จำนวนนึงเลย จริงๆก็แอบสงสัยว่าเค้าจะอ่านรู้เรื่องรึเปล่าหนิ เราเลยไปหาดูว่า ทำไมเค้าตามเราทั้งๆที่แทบไม่ได้ทวีตภาษาอังกฤษเลย เลยไปดูคนที่เค้าฟอลโล่เราว่าเค้าฟอลโล่ใครบ้าง ก็ได้รู้ว่าคนที่ฟอลโล่เค้าหาจากคำว่า Patama นี้เอง อันนี้ตัวอย่างนะ

patama

เป็นไง อ่านไม่ออกเบย ฮ่ะๆ เลยไปหาใน google translate ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย เลยต้องก๊อปปี้ทวีตไป หาว่าเป็นภาษาอะไร ก็ได้คำตอบว่าเป็นภาษาตากาล็อค หรือภาษาที่ใช้ในฟิลิปปินส์นี้เอง แต่ google ก็ยังบอกไม่ได้ว่า Patama ภาษาฟิลิปปินส์แปลว่าอะไร เลยไปหาใน google แทน ก็เจอเวปดิกชั่นนารี่ ภาษาตากาล๊อกเข้าให้

ก็เลยรู้ว่าชื่อเราเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า Patama ก็มีความหมายเป็นภาษาตากาล๊อกว่า Solution (of a problem) ป๊าดดด ถึงว่าเวลาค้นในอินเตอร์เน็ต เจอคำว่า Patama quote เต็มเลย มันคือคำคมฟิลิปปินส์นี้เอง เจ๋ง

http://tagalog.pinoydictionary.com/word/patama/

New year’s Resolution

Happy New year!
My wish list 2013

:: Microphone and Mixer for my studio
:: Drum pad
:: go to Spain and Italy
:: Lose weight for more 5 Kg.
:: Learn driving
:: New hair cut but this year I’ll give my hair to charity for cancer patients
:: Find new “permanent job” in industrial field, it’s time for finding a job that I think I could do and I’ll like it. I’m mature enough to make my life stable, no more fooling around. Time to be earnest! Many people from my age already have plan for future but I’m still be a poor student. Yeah, i know that everybody have there own plan and individual way for happiness. My plan is just start a bit slow, I need to learn from experience first.
:: boy friend(เอ๊ะ!?!) ^^ (Yeah,,, like every year, if you could find my previous blog(s) about New Year’s Resolution)
:: and yeah, I want to go home. Doesn’t mean I don’t like Germany but I think here is not my place to stay.

My last year’s resolution, I think I achieve almost all of them except losing weight (I lose only 2 kg from last new year), dating someone and improving the skill for speak some Spanish and German. From now I’m still spreche ein bisschen Deutsch. This year, I stop my wish for learning German, my life is too short! Honestly, I think my English is also getting worse!

I tried so hard to go abroad but when that time was coming, I could not deal with it! It was so hard to get used to Germany (again) but I am okay now. (Don’t worry!)

Last year, I have too much expectation and many thing were fail. So just let it be, I just need the main plan. My resolution were quite the same every year and some seem i will not be able to achieve.

Many things were happen to me last year. I would say they were bad time for me. It was the worst year of my cycle (ปีชง). My 12-year cycle (Chinese zodiac) symbol is Dragon and some people who believe the fortune-telling things believe that people from Dragon year will have a hard time last year. This year I am going on 25 and 25 years old is called “the crucial age of twenty-five”! Yeah, another bad year! I will be fine. Welcome by bad luck. I will live the life more carefully and set the state of mind in every moment of life. ผ่านปีชง เจอเบญจเพส

Then, Glückliches neues Jahr 🙂

Patama Aun