Cinque Terre ~ O sole mio

นี้จริงๆแล้วมันก็ผ่านมาเป็นเดือนแล้วนะ ที่อั๋นไปเที่ยวอิตาลีมา จะว่าไปก็กลับมาไทยใกล้จะครบเดือนแล้วด้วย แต่ไม่ได้อับบล็อคอะไรเกี่ยวกับไปเที่ยวเลย ฮะๆๆ จะทยอยๆเขียนละกันนะคะ กลัวตัวเองลืม

ว่าแล้วก็เก็บกระเป๋า พร้อมกับภาษาสเปนง่อยๆของเรา ไปเที่ยวกันเหอะ คือไปเที่ยวนี้ดีอีกอย่างคือ อย่างน้อยเราก็นับเลขเป็น ไปไหนก็สั่ง ดูเอ่ สปาเก็ตตี้ เปร์ฟาบอเร่ แค่นี้ก็ไม่อดตายแล้ว ฮะๆๆ ภาษามันคล้ายๆกัน

ที่แรกที่ไปจอดที่อิตาลี คือ  Cinque Terre ซึ่งคำว่า Cinque ก็แปลว่า 5 Terre  แปลว่าแผ่นดิน ซึ่งจริงๆแล้วมันก็คือ เป็นบริเวณที่หมู่บ้านห้าหมู่บ้านมาอยู่ด้วยกัน เป็นหมู่บ้านติดทะเลค่ะ ห้าหมู่บ้านเรียงตามทางรถไฟจาก La Spezia ก็จะมี Riomaggiore, Manarola, Corniglia, Vernazza, Monterosso จำได้ว่าเคยเขียนบล็อคว่าอยากไปอิตาลีด้วย Italy, That’s amore ซึ่งช่วงที่อั๋นอยู่เยอรมัน อั๋นก็เห็นรูปของ Cinque Terre เยอะมาก ทั้งจากแฟนเพจการท่องเที่ยว หรือเวปเพจแนะนำสถานที่ที่ต้องไปก่อนตาย อะไรแบบนี้ ยิ่งเพิ่มความอยากจะไปขึ้นไปอีก แต่นั้นยังไม่สำคัญเท่าที่อากาศที่เยอรมัน ปีนี้มันรุนแรงมาก หิมะตกยันอิสเตอร์ สปริงอะไรก็ไม่รู้ แย่จริง ทำให้วันที่อั๋นออกจากเยอรมัน ไปลงอิตาลีวันแรก แล้วเจอแดด เป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ

ว่าแล้วเราก็วางแผนการเดินทางไปเที่ยวทะเลกัน ช่วงนั้นอั๋นจะวุ่นๆกับ  Master Thesis หน่อย เลยรีบปั่นๆๆๆ ไม่มีเวลาหาห้องเลย จนอาทิตย์สุดท้าย เจอตั๋วของสายการบิน Ryan Air เลยจองเลย โดยซื้อไปลงที่ Pisa ค่ะ ตอนนั้นเจอ ขาไปคนละสิบยูโร อั๋นก็จองเลย อย่าให้ช้า เผื่อไม่ได้ไป ก็ทิ้งตั๋วก็ไม่เจ็บเท่าไหร่ งานนี้มีน้องที่เจอที่เยอรมันไปด้วยอีกคนนึง ไม่ได้ลุยเดี่ยว ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ ฉะนั้นค่าโรงแรม ค่าของกิน อะไรพวกนี้ ก็หารสองได้ ไม่มีปัญหา ไม่เจ็บมากเท่าไหร่ การเดินทางก็ง่ายมากๆ (มั้ง) คือไปลงสนามบิน Pisa (Pisa Airpoto) จากนั้น ก็จะมีรถจาก Pisa Airpoto ไป ​Pisa Centale แล้วก็นั่งจาก Pisa Centale ไป La Spezia อีกประมาณชั่วโมงนึง ทีนี่ เราก็รอรถไฟจาก La Spezia ไปห้าหมู่บ้านนั้นได้แล้ว แต่ก่อนอื่น ขออะไรกิน ซื้อน้ำ ซื้อขนมติดไปก่อน แต่กลายเป็นว่า ตอนกลางวันบ่ายๆนี้ คนอิตาลีเค้าพักค่ะ เปิดร้านอีกที สามโมงสี่โมงเลย เลยได้แค่เดินเที่ยว นิดๆหน่อยๆแล้วไปรอที่สถานีรถไฟ

ถึงสถานี La Spezia แล้ว รู้สึกว่าต้องรอรถนานเลย ขอไปหาอะไรกินก่อน

ถึงสถานี La Spezia แล้ว รู้สึกว่าต้องรอรถนานเลย ขอไปหาอะไรกินก่อน

2013-04-13 20.00.19

คือแบบ กำลังหาร้านขายยา แต่หันไปเจอตรงนี้พอดี สวยดี ชอบมาก เหมือนในหนังเลย

และแล้วก็ได้เวลารถไฟมาคือนั่งไปไม่นานหรอก แต่รอรถนานมาก เรานั่งรถไฟจาก La Spezia ไปหมู่บ้านแรกก่อน ชื่อว่า Riomaggiore สองคืนแรกเราพักที่นี่ เพราะคิดว่าการเดินทางสะดวกสุดแล้ว คือหลังจากได้ไปเที่ยวแบบไม่ง้อทัวร์มาหลายครั้ง เลยรู้ว่า เริ่มจากหาโรงแรมง่ายๆ ทุกอย่างก็จะง่ายเอง แต่การพักที่นี่ รู้สึกว่า จะมีแต่แบบห้องพักธรรมดาไม่มีอาหารเช้า ไม่ก็ Breakfast and bed นะ ไม่มีโรงแรม หรือ โฮสเทล เนื่องจากวันนั้นเราออกจากเยอรมันกันเช้ามากๆ พอถึงห้องพักก็หลับสลบกันทั้งสองคนเลย อีกอย่าง ออกไปตอนนั้นก็ไม่มีอะไรขายอยู่แล้ว ต้องรอสี่ห้าโมงโน้นแหล่ะ ร้านเค้าถึงจะเปิด พอนอนเก็บแรงกันซักพักก็ออกไปเดินเที่ยว เริ่มจาก ไปที่ท่าเรือ แต่วันแรกท่าเรือไม่เดินเรือค่ะ เพราะว่า คลื่นแรง เราก็เดินเที่ยวในเมือง Riomaggiore กันไปสวยๆ ถ่ายรูป กิน เจลาโต้ไป ชิลๆ ตอนเย็นก็กินอาหารทะเลทอด จำไม่ได้ว่าเค้าเรียกว่าอะไรเหมือนกัน

รูปหมู่บ้าน ถ่ายจากหน้าห้องพัก

ท่าเรือ นี้มันทะเลค่ะคุณขาาาา

ทะเลๆๆ

สวยเนอะ ผมแดงเลย (ไม่ใช่ละ เค้าหมายถึงวิว)

น้องแป้งไปด้วย 555 นี้ข้าวเย็นเรา ซื้อมาคนละกรวย แต่กินไม่หมด

แต่แค่นั้นยังไม่หมด อย่างที่รู้กัน(มั้ง) ว่าเป้าหมายของอั๋นในการไปอิตาลีคือ การไปเดิน Love Path หรือ Via dell’ Amore ที่นี่ต้อนรับเราอย่างดีด้วยป้ายแบบนี้ เราตื่นเต้นสุดๆ

ป้ายชี้ทางไป Via dell’ Amore

แต่พอเราไปถึง สิ่งที่เราเจอคือ

ปิดปรับปรุง เนื่องจากทางเดินถล่ม

เสียใจมากๆ แทบอยากจะตีตั๋วเครื่องบินกลับไปเยอรมันเลย นี้มันอะไรกัน คือนอกจากที่เรามาแบบโสดๆแล้ว แม้แต่ถนนแห่งความรัก ยังไม่เปิดให้เราเดินเลย แล้วภาพความคิดเราคือ มือนึงถือเจลาโต้ มือนึงจับมือแฟน แล้วเดินที่ถนนเส้นนี้ มันคงเป็นไปไม่ได้แล้ว เสียใจ ;___; จำไว้เลย

แล้วคืนนั้นก็หมดอย่างรวดเร็ว เพราะเราต้องกลับไปทำ Master Thesis คือวันก่อนมาก็ไม่ได้นอนนะ ทำโต้รุ่งเลย คืนแรกที่อิตาลีก็เหมือนกัน ปั่นงานสุดๆ เพื่อพรุ่งนี้จะได้ไปเที่ยวต่อ น้องแป้งก็ทำหน้าที่จัดหาเส้นทาง อยากดูอะไร แผนที่เมืองเป็นยังไง กินข้าวร้านไหน อะไรแบบนี้

วันที่สอง เราซื้อตั๋วเหมามา Cinque Terra Day pass ไปได้ 24 ชั่วโมง แต่ก็แพงอยู่ แต่มันวิ่งไปได้ทั้งห้าหมู่บ้านเลย รวม La Spezia ด้วย

ตั๋ววัน

ตั๋ววัน

วันนี้ตอนสายๆเราเริ่มต้นด้วยหมู่บ้านที่สองคือ Manarola คือ สวยมากๆ วันนี้เรากินข้าวกลางวันร้านนี้ รวมกับข้าวเช้าเลย รวมค่าเสียหาย สองอย่าง สปาเก็ตตี้ผัดปู กับ ปลาย่าง คนละ สามสิบห้ายูโร จำชื่อร้านไม่ได้เหมือนกัน เดินตามน้องแป้งมา จำได้แต่ Del Billy อะไรซักอย่างนี้แหล่ะ มันไม่ได้อยู่ในเมือง เดินหานานอยู่เหมือนกัน หาจนเจอคนไทยที่ห้องพักแถวๆนั้นหน่ะ นี้ขนาดมาถึงนี่ ยังเจอคนไทยเลย ฮะๆๆ

สปาเก็ตตี้ผัดปู คือแบบ อยู่เยอรมัน ไม่ได้กินปูเลย ฟินมากๆ ราคาก็ฟินมากๆ แทบหมดตัวกันเลยทีเดียว

เหล้านิดๆ อร่อยดี เจ้าของร้านให้ชิม ก็ชิมนิดหน่อย ซื้อกลับบ้านมาสามขวด ยังไม่ได้เปิด มาลองชิมได้ พอดีเจ้าของร้านเป็นคนจากห้องพักที่เราพักอยู่

ถ่ายหมู่บ้านจากไกลๆ

สวยๆ

จากแถวๆท่าน้ำ Manarola จะมีโขดหินและลานกว้าง ให้คนไปนอนอาบแดดได้ จากตรงนี้ จะเห็นฝรั่งอาบแดดเพียบ ฮะๆๆ แล้วจากท่าน้ำนั้นแหล่ะ เราก็นั่งเรือไปสองหมู่บ้านถัดไป ข้ามหมู่บ้านที่สามไปก่อน เพราะอยากนั่งเรือกัน แต่มันไม่จอดหมู่บ้านที่สามค่ะ หมู่บ้านถัดไปคือ Vernazza ที่นี่ก็สวยมาก ถ้าพูดถึงการจัดผังเมืองแล้ว ที่นี่จะสวยกว่าที่อื่นเลย เดินเล่นซักพัก แล้วอั๋นก็หลับไปซักพักเลย แถวๆท่าน้ำนั้นแหล่ะ ชิลมาก

ชิลๆบนเรือ

ถึงแล้ว เวเนซซ่า

น่ารักมาก

จากหมู่บ้านนี้ จะเริ่มมีชายหาดแล้ว แต่ชายหาดที่นี่เป็นชายหาดหินนะคะ ไม่ใช่หาดทราย เล่นทรายไม่ได้ น้ำก็เล่นไม่ได้ เย็นเจี๊ยบเลย

หาดหิน สวยแต่เล่นไม่ได้

พอตื่นแล้วก็ไปหมู่บ้านที่สาม ที่เราเว้นเอาไว้ Corniglia ค่ะ เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ไม่ค่อยมีอะไรเลย เงียบๆ ร้านก็มีไม่เยอะเท่าไหร่ พอไปถึงสถานีรถไฟต้องนั่งรถขึ้นไปที่หมู่บ้าน เราก็แวะนิดหน่อย สิบนาที ถ่ายรูปแล้วก็กลับเลย รู้สึกว่าที่นี่เค้าจะทำการเกษตร ปลูกพวกมะนาว องุ่นอะไรแบบนี้

ไร่องุ่น เอ..หรือมะนาววะ

ไร่องุ่น เอ..หรือมะนาววะ

บ้านเมืองจาก Corniglia

บ้านเมืองจาก Corniglia

พอหมดทริปวันนี้ เราก็ไปพักเอาแรง กินข้าวนิดนึง แล้วนั่งรถออกมาไป Manarola อีกรอบ ไปเก็บภาพตอนกลางคืน ดูดาว เอร้ย ดาวสวยมาก แต่อาเค่นก็มีดาวเหมือนกัน เพราะ อาเค่นกลางคืนก็มึดพอๆกันเลย

กลางคืนชิลๆ

กลางคืนชิลๆ

รูปประวัติพระเยซูนี้ ตอนกลางวันเห็นไม่ค่อยชัดนะ พอมาเป็นกลางคืน จะเห็นชัดและสวยมาก

รูปประวัติพระเยซูนี้ ตอนกลางวันเห็นไม่ค่อยชัดนะ พอมาเป็นกลางคืน จะเห็นชัดและสวยมาก

คืนนี้หลับชิลๆ สบายๆ ไม่มีงานที่ต้องทำแล้ว เตรียมตัวสำหรับพรุ่งนี้ อาบแดดทั้งวันค่ะ

วันสุดท้ายเราไปนอนกันที่ Monterrozzo คือเราก็เก็บของจาก Riomaggiore แล้วนั่งยาวไปกันเลย เอาของไปเก็บห้องพักแล้วเดินเที่ยว Old town กันก่อน แล้วกินกลางวันกันเสร็จก็จัดอาบแดดเลยค่ะ อาบยันเย็นเลย แต่เรานอนอยู่ชั่วโมงเดียว เหนื่อยมาก เลยกลับมานอนโรงแรมแทน ชิลสุดๆ

เดินผ่านอุโมงค์แล้วจะเจอลานตรงนี้ก่อน

เดินผ่านอุโมงค์แล้วจะเจอลานตรงนี้ก่อน

ในเมือง

ในเมือง

มื้อนี้จัด เรซอสโต้ค่ะ พอดีเจอคนไทยมาเป็นกรุ๊ปทัวร์ เค้าบอกร้านไหนก็ได้ เหมือนๆกันแหล่ะ เลยจัดแบบนี้ไป เป็นข้าวผัดกับชีส และอาหารทะเล รสชาติกินครั้งแรกจะงงๆ พอกินไปเรื่อยๆจะอร่อยเอง

ทะเล

ทะเล

คือที่นี่อาบแดดได้อย่างเดียว ว่ายน้ำไม่ได้ น้ำเย็นมาก แถมหาดก็เป็นหินอีก เดินแล้วเจ็บเท้าหมดเลย สวยแค่เมืองอย่างเดียว ถ้าจะไปเล่นน้ำ ที่ไทยแจ่มกว่าเยอะค่ะ

นอนอาบแดดแถวๆนี้แหล่ะ

คืนนี้ก็นอนที่นี่แหล่ะ ที่พักมองเห็นทะเลเลย แจ่มมาก พอตอนเช้าก็กินอาหารเช้า แล้วหารถไปเมืองถัดไป และก็ขอจบทริปทะเลแบบชิลๆไว้แค่นี้นะคะ 🙂

มีรูปสวยๆอีกเพียบ ตามนี้เลย

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s