ประสบการณ์เปิดซิงที่ Berlin (Berlin part 3)

มาแล้วงัฟ ประสบการณ์เปิดซิง ไม่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวสถานที่ประวัติศาสตร์แล้ว เป็นประสบการณ์เล่าให้ฟังเฉยๆ ตั้งแต่อั๋นดูหนังเรื่อง Berlin calling รู้สึกว่าเสียงรถไฟฟ้าของที่นี่เป็นเอกลักษณ์มาก เพราะมีเพลงชื่อ train ซึ่งเอาเสียงของรถไฟฟ้ามาเป็นเสียงหลักของเพลงเลย

งั้นเล่าเริ่มจากรถไฟฟ้าเลยละกัน คือคนเยอรมันเค้าแบบซื่อสัตย์มาก ไม่มีการแอบขึ้นรถไฟฟรีนะคะ โดยปกติรถไฟฟ้าเค้าจะไม่มีใครมาตรวจบัตรซักเท่าไหร่ เค้าบอกว่า คนขึ้นรถฟรี มีน้อยเกินไปที่จะจ้างคนมาคอยตรวจ เลยไม่คุ้มเท่าไหร่เพราะค่าแรงเค้าแพง เนื่องจากเรามีตั๋วกรุ๊ปกัน เพราะมีกันหลายคน ก็จะได้ราคาที่ถูกลง แต่ต้องไปด้วยกัน คราวนี้พอมีคนเยอะ ก็มีการลืม ขึ้นรถไฟไม่พร้อมกันอีก เราขึ้นรถไฟกันไปส่วนนึง แต่คนถือตั๋วดันไม่ได้ขึ้นมาพร้อมกัน ทุกคนเลยลงรถกันหมดที่สถานีถัดไป แล้วรอคนถือตั๋วตามมาแล้วไปพร้อมกัน ส่วนสาเหตุน่ะหรอ…

ขอบอกก่อนเลยว่าก่อนหน้าที่จะมาเยอรมัน อั๋นแทบไม่แตะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลย (ตอนนี้หน่ะหรอ…ก็ไม่ได้กินนะ) คือพอเราออกจากหอตอนเย็นเพื่อที่จะไปเที่ยวกัน ทุกคนก็ถือเบียร์กันคนละขวดเลย (แล้วบอกว่ากฏหมายห้ามกินเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในที่สาธารณะนะ) เราก็พูดกันเรื่องการกินเบียร์ใส่น้ำตาลจะเมาเร็ว การเคาะก้นขวดเบียร์จะทำให้ขวดเบียร์พ่นฟองออกมา อืม…. น่าสน มีคนลองทำค่ะ ฟองเบียร์หกกระจายสถานีรถไฟเลยค่ะ ไม่แปลกใจเลย (-_-a) ด้วยความที่เริ่มกรึ่มๆกันแล้ว เลยมีสมาชิกขาดๆหายๆบ้างประมาณนี้แหล่ะ

สถานที่ๆเราไปคืนนั้นคือผับค่ะ ผับค่ะพี่น้อง เกิดมาไม่เคยเล้ยยย เที่ยวผับเนี้ย เปิดซิงครั้งแรกก็อายุ 22 เข้าไปแล้ว แอบตื่นเต้น นี้ครั้งแรกอั๋นก็มาเยอรมันเลย เท่ป่ะหล่ะ แต่ด้วยความที่เป็นผับที่ดังและใหญ่มาก จะเข้าไปก็ต้องมีต่อคิวกันบ้าง ตอนนั้นอั๋นต่อคิวกะคริสเตียน เพื่อนคนเยอรมัน เพื่อนของคริสเตียนที่เป็นคนเอสโตเนียเป็นผู้หญิงเราจำชื่อไม่ได้ แล้วก็จอร์แกนคนนอร์เวย์ คริสเตียนบอกจอร์แกนว่า จะเข้าผับเราจะจับคู่ดูแลกันนะ ให้ผู้ชายดูแลผู้หญิง จอร์แกนจะดูแลใคร ตอนนั้นมีผู้หญิงสองคน เค้าก็บอกว่า อีกคนมากับคริสเตียนแล้ว เราดูแลแอน ให้ละกัน (เพื่อนฝรั่งเรียกเราว่า แอน) เราก็แอบกรี๊ด เค้าเลือกชั้น แล้วก็กอดเค้าหนึ่งที (โห… หญิงไทย) แก เค้าเป็นฝรั่งสูงหน้าตาดีอ่ะ ฟังเพลงแนวเดียวกับเราเลย คือบอกชื่อวงที่เราชอบ เค้าบอกเค้าฟังแทบทั้งนั้นเลย (จริงๆเราก็ฟังวงที่ไม่ได้แปลกอะไรมากมายนะ) แต่คริสเตียนก็หน้าตาดีนะแก แลดูเข้าใจเด็กเอเชียด้วย เพราะเค้าเคยไปเรียนที่จีนมา เพื่อนเรานางกรี๊ดคริสเตียนมากขนาดแค่มองเค้าก็หน้าแดงหูแดงเลย (ไม่ได้พาดพิงใคร อิอิ) แต่ตอนนั้นเราปลื้มคนนอร์เวย์มากกว่า ดูเค้าพยายามคุยกะเรา แถมฟังเพลงแนวเดียวกันอีก เพราะตอนเข้าผับก็พยายามเดินตามเราไปห้องอื่นๆตลอด แล้วบอกว่า เค้าชอบเพลงแนวนี้เลยมาด้วย ไรงี้

เราจำชื่อผับไม่ได้จริงๆนะ แต่จำได้ลางๆว่าเป็นอาคารคล้ายๆโกดัง อยู่ไม่ไกลจากกำแพงแบร์ลินเท่าไหร่ เสียค่าเข้าด้วย แต่ถ้ามีบัตรนักเรียนก็จะลดราคาได้ (เฮ้ย นักเรียนเนี้ยนะ) ข้างในจะมีห้องอยู่สามสี่ห้องมั้ง ซึ่งพวกเยอรมันเค้าจะพุ่งไปที่ห้องเพลงเทคโนก่อน เราก็จัดเต้นเพลงเทคโนก่อนเลย ห้องกลางจะเป็นเพลงป๊อบ ส่วนห้องถัดข้างในก็จะเป็นเพลงร็อค อีกห้องเหมือนจะเป็น outdoor เปิดเพลงอะไรไม่รู้ (หรือไม่มีก็ไม่รู้ จำไม่ได้) เราเต้นเพลงเทคโนได้ซักพัก เริ่มอยากไปดูที่อื่นบ้าง และห้องเพลงร็อคมันเจ๋งมาก คือไม่ใช่เพลงร็อคทั้งหมดนะ มันมีเพลงอินดี้เปิดด้วย เพลลงเปิดมา อิชั้นร้องได้แทบทุกเพลงหมด

จำได้ว่าเต้นกับเพื่อนอยู่ห้องนั้นซักพักเลย รู้สึกได้ว่ามีผู้ชายมองเหมือนกัน แล้วเราก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ กลับมา ก็ไปหาเพื่อน…ไม่เจอ หืมมม พอเรารู้สึกไม่ปลอดภัย เลยจะกลับไปรวมตัวกะเพื่อนคนอื่น ซักพักมีคนเยอรมันคนสองคนนี้แหล่ะ กันเราที่ประตูเลยอ่ะ แถมซัดภาษาเยอรมันใส่อีก ตอนนั้นแบบทั้ง งง ทั้ง กลัว อะไรวะ มึง ใครเนี้ย คาดว่าคริสเตียนคงเห็นสัญญาณว่าเราแอบกลัวอยู่เลยเดินมาหาเราแล้วบอกว่า เราจะกลับแล้วนะ แล้วพาเราออกไป กรี๊ด พระเอกโพด >.,< ประสบการณ์โดนผู้ชายจีบในผับครั้งแรก

อยู่ในผับ จะมีบางคนที่ใช้ภาษาใบ้ได้ อั๋นก็เคยเรียนมาบ้าง ตอนที่อยู่อเมริกา มีผู้ชายสอนเอาไว้ใช้พูดกันสองคน -//////- ค่ะ จะเข้าห้องน้ำ จะไปซื้อเบียร์ อะไรแบบนี้ ใช้ภาษาใบ้ตลอด จริงๆก็ไม่ได้มีนัยอะไรหรอก คือคนผู้หญิงคนเอสโตเนีย เค้าไม่ชอบให้คนมาเอาหน้ามาใกล้เค้า เค้าเลยขอใช้ภาษาใบ้แทนตอนคุยกันในผับ อั๋นว่าก็โอเคนะ เราพอรู้อยู่บ้าง แค่นี้ก็พอรู้เรื่องอยู่

วันนั้นเรากลับกัน หกโมงเช้าค่ะ สุดยอดผับเยอรมัน ตอนแรกนึกว่าซักตีสองปิดเหมือนบ้านเรา (เข้าใจว่าอย่างนั้นนะ ตอนนั้นแบบไม่เคยเที่ยวผับจริงๆ) พอตีสาม ตีสี่ ตีห้า แม่งยังไม่เลิกเต้นกันอีก พอหกโมง เปิดไฟตำรวจมาเลยครับ พวกเราก็กลับหอไปพักผ่อน สุดยอด เต้นกัน ห้าหกชั่วโมงเลย จำได้ว่าช่วงตีสี่ตีห้าเราเหนื่อยอ่ะ นั่งเฉยๆเลย บอก เออเต้นๆกันไปเหอะ เราอยากพัก ฮะๆๆ ประสบการณ์ผับครั้งแรกนี้มัน เยอรมันจริงๆครับ แหม่…

62125_1593458967210_657305_n

อีกหนึ่งประสบการณ์การเปิดซิงคือ อยู่ประสบการณ์ Top less ค่ะ เข้าใจว่าในห้องนั้นมีแต่ผู้หญิงไง ทุกคนแม่งถอดเสื้อถอดผ้าผ่อนกันหมด ดีที่ยังมีกุงเกงในกันอยู่ เรานี้ แกล้งหลับเลยหง่ะ มันไม่คุ้น นี้ออกห้องน้ำมา เราปกติเข้าห้องน้ำก็แต่งตัวในห้องน้ำเลย อันนี้ทุกคนมา Top less กันหมด เรา Culture shock มาก ตกใจ ไม่เคยเห็นของจริง อายของตัวเองอ่ะ เล็กนิดเดียว T__T

สรุป ไปแบร์ลินรอบนี้ มันมาก เหนื่อยมาก ชอบจริงๆ แต่มันไกลจากอาเค่นไปหน่อย เลยไม่ได้ไปอีกรอบ (แต่ไป เนินแบร์กสามรอบนี้คืออะไร!!!) ประสบการณ์เปิดซิงอั๋นก็หลายๆอย่างก็เพิ่งเคยทำที่เยอรมันเหมือนกัน ถือว่าเป็นการเปิดประตูสู่โลกกว้างเนอะ ^__^

รูปสุดท้าย ให้ทายว่าแปลว่าอะไร อยู่แถวๆสถานีรถไฟที่โฮสเทลที่อั๋นพัก ไปละ เจอกันทริปหน้าจ้า

33523_1522995725725_1775983_n

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s