ความไม่เข้าใจคนอะไรเป็นหมี

บางทีอั๋นก็คิดนะ ทำไมคนมีแฟนแล้วดูเยอะยังไงก็ไม่รู้ คือ ไม่รู้ว่า ทำไมต้องทำตัวประหลาด หรือว่า เค้าประหลาดมาก่อนอยู่แล้ว ตามที่อ่านจากกระทู้พันทิป หรือดูเพจ คนอะไรเป็นแฟนหมี แล้วแบบ เฮี้ยยยยย เยอะขนาดนี้ ผู้ชายทนได้ไงฟระ นี่เป็นผู้หญิงยังรู้สึกนางงี่เง่าเลยอ่ะ ตอนแรกก็คิดว่า เอ…แล้วคนแบบนี้มันมีจริงรึเปล่าวะ แล้วพอสังเกตดีๆ เฮ้ย นี้มัน Based on true story ชัดๆ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง ให้ชื่อผู้หญิงเป็นหมี แล้วแฟนหมีแทนว่าอ้วนละกัน แลดูเป็นชื่อที่คอมม่อนมากของคนเป็นแฟนกันเนอะ

ความไม่เข้าใจ #1: โบ้ยความผิด

วันก่อนค่ะ อั๋นไปกินข้าวกับหมี และ อ้วน คู่นึง หมีบอกแฟนหมีว่า “อ้วน เค้าอยากกินไก่ เอามาให้เค้าด้วย” แฟนหมีก็สั่งค่ะ “เอามาทำไมน้อย จะกินคนเดียวหรอ” เป็นการให้แฟนหมีสั่งมาเพิ่มอีกค่ะ สรุปนางกินไม่หมด แฟนหมีก็บอก “หมี กินเลย เค้าเอามาให้แล้ว” หมีก็บอก “โอ้ย เค้าอิ่มอ่ะ จะให้กินอะไรเนี้ย เค้าไม่กินแล้ว” “เอ้า ก็หมีอยากกิน” “ก็อ้วนอ่ะ สั่งมาทำไมเยอะ เค้าเห็นอ้วนอยากกิน เลยสั่งเนี้ย แล้วจะบังคับเค้ากินอีก”

เอ้า อีนี้ มึงสั่งเองป่ะ คือเห็นบ่อยมาก ที่ตัวเองผิดแท้ๆ โบ้ยให้แฟนหมีเฉย แถมงอนจะชวนทะเลาะอีก เอาไงแน่หมี

ความไม่เข้าใจ #2: ฝัน

เคยเห็นคู่หมีทะเลาะกันค่ะ แฟนหมีนั่งทำงานอยู่ข้างๆ อยู่ๆก็ต้องไปรับโทรศัพท์ เพราะหมีโทรมาชวนทะเลาะค่ะ สอบถามได้ความว่า นางฝันว่าเห็นแฟนหมีกับแฟนเก่าอยู่ด้วยกัน หมีเลยโทรมา ร้องห่มร้องไห้… อีบร้าาาา เซนส์แรงไปมั้ยคะ “อย่ามาเถียงเรา เราฝันอยู่เมื่อคืน”

ความไม่เข้าใจ #3: ชวนทะเลาะเรื่องแฟนเก่า

อันนี้คิดว่าน่าจะรวมกับข้อสองมั้ยวะ ท่าทางจะเป็นคอมมอนของมนุษย์หมี คือวันนึง แฟนหมีอยู่ๆก็พูดเรื่องแฟนเก่าของแฟนหมีเฉยเลย ไม่รู้อะไรไปจุดประกายนาง ไม่ยกตัวอย่างละ คิดว่าหลายคนคงเคยเห็น

ความไม่เข้าใจ #4: แกล้งโง่รึเปล่า

เออ เรางงมากเลย เคยเห็นแบบ เดินผ่านอะไรซักอย่าง แล้วก็ถามแบบ เฮ้ย มึง คอมมอนต์เซนส์นิดนึงก็น่าจะรู้ป่าววะ

  • “เฮ้ย อ้วน ทำไมไฟมันเปิดอ่ะ” “ก็เค้าเปิดสวิตช์ ไฟมันก็เปิดซิ”
  • “อ้วน ดูซิ ทำไมเค้าทำอย่างนั้นหล่ะ”
  • “อ้วน ทำไมเค้าต้องเอาของกินไปตากแดดหล่ะ”
  • “อ้วน ทำไมเค้าไม่ทำแบบนี้ล่ะ”
  • “อ้วน อันนี้เอาไว้ทำอะไรอ่ะ”
  • “อ้วน เค้าทำอะไรอ่ะ”
  • “อ้วน…”

ครับ

ความไม่เข้าใจ #5: อยากได้โน้น อยากไปนี่ แต่ไม่บอก

อันนี้จะออกแนว อยากได้ หรืออยากไปไหน แต่ก็จะไม่บอกตรงๆนะ แต่จะอ้อมๆ เช่น

  • อ้วน วันก่อนอ้วนบอกอยากซื้อของที่เซนทรัลฯหนิ เราไปกันเถอะ เค้ามีจัดงานด้วยนะ ไปดูกันๆ
  • “อ้วน หิวน้ำใช่ป่าว แวะร้านนั้นซิ มีของอร่อยที่เราชอบอยู่” “ถ้างั้น แวะนี้ก็ได้” “แต่เค้าอยากไปร้านนั้นอ่ะ เค้าอยากกิน” “เอ้า แล้วไม่บอกหล่ะ ว่าอยากกินอันนั้น”
  • “หมี เค้าจะไปเซเว่น เอาอะไรมั้ย” “ไม่เอา เค้าไม่อยากกิน” พอกลับมา “เอ้า ทำไมไม่ซื้อน้ำมาเผื่อเค้าหล่ะ”
  • “หมี กินนี้มั้ย เดี๋ยวเค้าจะทำ” “ไม่เอาอ่ะ” “โอเค งั้นเดี๋ยวเราซื้อแค่ของเรานะ” “แต่ถ้าอ้วนทำ เค้ากินก็ได้”

ความไม่เข้าใจ #6: แต่บางที อยากได้โน้น อยากไปนี่ ก็ถามอยู่นั้นแหล่ะ

อันนี้จะตรงข้ามกับข้อหนึ่งคือ อยากได้นั้นแหล่ะ ถามเพื่อต้องการเสียงสนับสนุนเท่านั้น

  • ตอนเล่นเกมเศรษฐี “อ้วนดู เค้าตกลำปางฯ แล้ว ซื้อเลยมั้ย“ “ไม่ต้องหรอก หมีไปซื้อกรุงเทพดีกว่า” “ไม่เอา เค้าเห็นคนตกหลายรอบแล้วอ่ะ” “งั้นก็ซื้อเลย” “อือ เค้าซื้อละ ฮิฮิ”
  • “อ้วน เค้าซื้อเค้กชิ้นนี้ดีมั้ย” “เอ้า ก็เพิ่งกินไปไม่ใช่หรอ” “แต่เค้าอยากกินอ่ะ”

ความไม่เข้าใจ #7: ขี้บ่น

บ่นอยู่นั้นแหล่ะ เปิดเฟสบุ๊คคนรู้จัก ก็ชวนแฟนหมีนินทา โอ้ย ทำไมเค้าทำอย่างนั้น ถ้าเป็นเค้านะ บลาๆๆ บางทีก็ไม่เกี่ยวกับตัวเองป่ะ หรือจะเป็นเรื่องของตัวเอง บ่นอยุ่นั้นแหล่ะ กะจะให้แฟนหมี คิดแต่เรื่องนี้อย่างเดียวรึไง กลัวเค้าไม่ใส่ใจหรอ คนเราบางทีก็ต้องมีเรื่องอื่นให้คิดป่ะ “อ้วน ทำไมอ้วนทำอย่างนี้” “อ้วน ทำไมไม่เอาของแช่ตู้เย็นก่อน” “อ้วน เค้าทะเลาะกับคนที่บ้านอีกแล้ว” “อ้วน ทำไมอ้วนขับมาทางนี้ฮะ” “อ้วน เค้าไม่ชอบ” “อ้วน ทำไมไม่รอเค้า” “อ้วน ถ่ายไม่สวยเลย เค้าอ้วน ถ่ายใหม่เลย” “อ้วน ทำไมพี่คนนั้นเค้าแต่งงานก่อนอ่ะ ในรุุ่นเค้า เค้าว่าพี่เค้าไม่สวยสุดเลยนะ”

เยอะนะหมี

แต่ก็นะ บางทีเราก็เห็นเวลาเค้าอยู่ด้วยกันก็น่ารักดีหล่ะ คงเป็นความเยอะในระดับที่แฟนหมีรับได้ และเยอะกับเค้าคนเดียวหล่ะมั้ง หรือว่าเค้าอาจจะมองว่าเป็น Challenge ก็ได้ แบบง่ายๆ สบายๆ ยังไงก็ได้ ไม่เป็น ก็ไม่ได้ Challenge เอาซะเลย ไอ้ผู้หญิงที่ทนความเยอะไม่ได้อย่างเราเลยงงๆว่า นี้คือปกติเค้าเป็นงี้ หรือเค้าเป็นงี้ตั้งแต่มีแฟนหว่า เคยเห็นหนังสือ ประเภทแบบ ผู้หญิงฉลาดแกล้งโง่ให้เป็น อะไรแบบนี้ คือ แบบนี้หมายถึง ผู้ชายรับได้ที่ผู้หญิงเฟคหรอ หรือว่า เค้าไม่ได้เฟควะ แบบ โง่จริง ไรงี้ เราก็บ่นไปงั้นแหล่ะ สงสัยและไม่เข้าใจเฉยๆ

อั๋น ผู้ใกล้ชิดหมีหลายคนมาก แต่ก็ยังไม่เข้าใจ
Blog นี้ based on true story ล้วนๆ แต่ปรับแต่งนิดหน่อย กลัวคนมาอ่านแล้วคิดว่าเป็นตัวเองรึเปล่า… ใช่เลย เรื่องจริงจากหลายๆคนที่เราเจอเลยหล่ะค่ะ

ชีวิตดีๆ นี่ฉันจะอยู่แบบนี้จริงๆหรอ

สวัสดีค่ะ ขณะนี้ บริการสมบัติทัวร์มิตรแท้เพื่อนเดินทาง ได้นำท่านมาถึงจุดหมายปลายทาง กรุงเทพมหานคร ….
ฉันตื่นงัวเงียๆ จัดแจงใส่แว่น หวีผม เก็บของ จริงๆ เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับเลย แล้วนี้ ตีห้าจะหกโมงแล้ว มีเวลากลับบ้านไปพักผ่อน แล้วก็อาบน้ำแต่งตัวนิดหน่อย ก่อนไปทำงาน ดีนะตอนนี้มีห้องพักอยู่บางกอกใกล้รถไฟฟ้ากับเค้าแล้ว
ฉันเรียกแท๊กซี่ไปคอนโดตัวเอง จริงๆฉันไม่ค่อยโดนแท๊กซี่ปฏิเสธเท่าไหร่หรอกนะ หรือจะว่าไปแล้ว ปกติฉันก็ไม่เรียกแท๊กซี่เมื่อไม่จำเป็นอยู่แล้ว  ดีที่คอนโดที่เพิ่งซื้อได้ไม่ถึงปี เดินทางไปมาสะดวกพอสมควรเลยหาแท๊กซี่เช้าๆแบบนี้ไม่ยากเท่าไหร่ แต่ก็นะ มารอรับผู้โดยสารถึงในสถานีละ จะไม่ไปก็เจ้าหน้าที่ที่โบกรถคงจะด่าบุพการีกันเลยทีเดียว
ฉันเป็นผู้หญิงจากต่างจังหวัด เข้ามากรุงเทพฯก็เหมือนคนอื่นๆทั่วๆไปที่มาหางานทำ และหวังว่าจะมีเงิน มีอนาคต มีชีวิตดีๆ ฉันเพิ่งจะลงทุนไปกับคอนโด ห้องพักขนาดรูหนูขนาดประมาณเล็กกว่าห้องนั่งเล่นที่บ้าน แต่ราคาได้บ้านทั้งหลังเลย ผ่อนยันแก่ ด้วยราคาผ่อนต่อเดือนเกือบครึ่งนึงของรายรับต่อเดือนอีก ด้วยหวังว่าจะซื้อความสะดวกสบายในการเดินทางไปทำงาน กลายเป็น ทำงาน ผ่อนคอนโดเพื่อความสะดวกในการเดินทางไปทำงาน ด้วยรายรับรายจ่ายเดือนชนเดือน ชักหน้าไม่ถึงหลัง จ่ายค่าน้ำค่าไฟ ค่าประกัน ค่าเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องใหม่ บลาๆ  ทำให้คิดไปว่า นี่ฉันจะลำบากมาทำอะไรไกลบ้านแบบนี้ เงินก็ไม่มี อยู่ก็ลำบาก งานก็ทำจนหัวหงอก สิวขึ้น น้ำหนักขึ้นก็ต้องไปหาฟิตเนส หาอาหารเสริมอีก เงินก็ไม่มีส่งไปที่บ้าน แถมอยู่นี่ก็ดูแลใครไม่ได้ เงินเก็บก็เหลือน้อยเต็มที
ฉันรู้สึกได้เลยว่า ที่ตัวเองยังอยู่กรุงเทพฯ คงไม่ใช่เพราะเงินอย่างเดียวแล้วล่ะ คงเพราะชอบในไลฟ์สไตล์มนุษย์ประเทศกรุงเทพฯ จริงๆตอนนี้ถ้าไม่นับว่าเงินไม่พอ ฉันว่าชีวิตก็โอเค มีงาน มีบ้าน ได้เจอเพื่อน เจอครอบครัว ได้ออกกำลังกาย ได้เล่นดนตรี ได้มีเบียร์กิน อืม….อยู่แบบนี้คงดีมั้ง
ฉันกำลังคิด แล้วฉันจะต้องใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไปจริงๆหรอ ทำงานเรื่อยๆ ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย ได้แต่หวังไปว่า อีกหน่อยถ้าเงินเดือนเยอะขึ้น คงพอจะมีเงินส่งไปที่บ้านแบบที่ลูกคนอื่นเค้าทำกัน ไม่ก็ กลับบ้านไปดูแลคนที่บ้านเลยก็ดีนะ ทำงานแถวบ้าน จะได้อยู่กับครอบครัว แต่ก็เสียดายปริญญาที่ได้มา เมืองนอกเมืองนา จะไปให้ตัวเองลำบากทำไม ถ้าฉันไม่ทำอะไรซักอย่างให้เจริญกว่านี้ หรือมีเป้าหมายให้ชัดเจนกว่านี้ คงต้องเรื่อยเปื่อยไปเรื่อยๆเป็นแน่แท้

จริงๆตอนนี้ แค่ไม่มีเงินส่งบ้านเหมือนลูกบ้านอื่น ฉันก็รู้สึกผิดแล้ว เป็นแบบนี้ ก็ไม่รู้จะจากบ้านนอกมาทำไมเหมือนกัน ถ้าเป็นพ่อกับแม่ ตอนอายุเท่าหนู คงตั้งเป้าทำงาน เก็บเงินสร้างครอบครัวแล้ว หนูมันไม่ได้เรื่องจริงๆ ขอโทษนะคะ

image

เฮ้อ…ชีวิตดีๆที่วนลูป