ola 2016

สวัสดีปีใหม่

ปีก่อน เขียนบล็อคแบบ เฉลียสองบล็อคหนึ่งอัน เหมือนเคยบอกไว้ว่าเวลาเรามีความสุข เราก็จะลืมว่าอยากจะเขียนบล็อค เพราะเราก็เขียนบล็อคแต่ตอนเศร้าๆ ไปๆมาๆ ตอนนี้ไม่มีอารมณ์จะเขียนอะไรทั้งนั้นเลย ฮะๆๆ

Year in Review บ้าง ไล่ตาม อ่านบล็อคปีเก่าตัวเองนะ

  • บอกว่า ปี 2014 คือ ตั้งใจลดน้ำหนักแล้วลดไม่ลงใช่มั้ย ก็เลิกลดไปเลย อยากไปไหนก็ไป อยากกินอะไรก็กิน แต่ไปๆมาๆเว้ย เรายิ่งเข้ายิมหนักกว่าเดิมอีก เพื่อนนัดก็ไม่ไป อาทิตย์นึงเข้าหกวัน แต่เป้าหมายมันไม่ใช่ลดน้ำหนักแล้วอ่ะ กลายเป็นเข้าเพราะชอบไปแล้ว ไม่ไปก็หงุดหงิดอีก กลายเป็นป้าฟิตเนส จิมทัวร์อีก นี้เงินที่หมดๆไปนอกจากค่าบ้าน ก็ค่าสุขภาพนี้แหล่ะ แต่ก็ชอบนะ อิอิ
  • เราทำงานที่ Venda มาสองปีแล้วอ่ะ เสียดายที่หยุดแค่สองปีเนอะ ที่นั้นคนเก่งๆเยอะมากเลย แอบร้องไห้เรื่องนี้หลายรอบเหมือนกัน แต่มันก็มีความจำเป็นส่วนตัวอ่ะเนอะ ขอบคุณโซเชียลมีเดียมากเลย ขอบคุณคำแนะนำลูกพี่ ถ้าเปลี่ยนตัวเองไม่ได้ ก็เปลี่ยนงานแหล่ะ งานใหม่ตอนนี้ก็ดีนะ ถ้าไม่ติดว่างานยาก อย่างอื่นก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่ ใกล้บ้านมากเลย แถมข้างล่างมียิมอีก สบายล่ะฉัน
  • ปีที่ผ่านมา อั๋นเรียนภาษาต่อแล้วนะ เรียนสเปนไปคอร์สนึง ตอนนี้อั๋นเปลี่ยนงานแล้วค่ะ เยอรมันเต็มห้องเลย เราเลยได้รื้อฟื้นภาษาเยอรมันแบบ…แกเอ้ยยยย สนุกสนานสำราญใจ ที่เหลือก็แค่ท่องศัพท์แหล่ะ
  • แล้วก็ ปีนี้ค่ะ ดราม่ามาเต็มเลย เอาเหอะ หาเรื่องตัวเอง อยู่กันดีๆอยู่แล้ว ดันทำเรื่องให้ตัวเองเจ็บอีก แถมไปทำคนอื่นเจ็บอีก เป็นไงหล่ะ ปีนี้อะไรๆน่าจะง่ายขึ้นนะ แกจะได้เลิกคิดไปเองซะทีนะ

ปีหน้า ไม่มีเป้าอะไรทั้งนั้นอ่ะ ตอนนี้เรื่องไม่มีเงินใหญ่สุด แต่เรารู้ว่า อีกซักพักเราจะดีขึ้น ทำงานหนักขนาดนี้ ต้องให้รางวัลตัวเองด้วย เย้

ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดี

อั๋น

บันทึกป้าฟิตเนสฉบับที่ 1: Fitness Instructor

ช่วงต้นปีนี้ ตอนแรกก็คิดว่าตัวเองก็เครียดๆกับการเข้ายิมไปหน่อยค่ะ เพราะรู้สึกว่า ตัวเองก็ไม่ได้ผอมลงเลย ทำอะไรผิดไปรึเปล่า ถึงกับต้องบอกตัวเองตอนปีใหม่ว่า But don’t pressure myself so much about lose weight. Please, life is stress enough! อะไรประมาณนั้น แต่ว่านะ ไปๆมาเว้ย นี่เข้ายิม อาทิตย์นึงหกวัน อารมณ์แบบถ้าไม่ได้ไปก็จะรู้สึกผิด รู้สึกอึดอัด อะไรแบบนี้เลย เข้าทีก็สามสี่ชั่วโมง แม้บางวันจะเป็น เข้าคลาสหนึ่งชั่วโมง อาบน้ำหนึ่งชั่วโมง นั่งมองอะไรเรื่อยเปื่อยอีกชั่วโมง อะไรแบบนี้

ก็ถ้าชอบขนาดนี้ เราก็เลยคิดว่าจะเขียนบล็อคบันทึกของป้าฟิตเนสค่ะ ขอแทนตัวเองว่าป้าละกัน ดูตลกดี ขอเริ่มต้นบล็อคแรกด้วยการพูดถึงคลาสที่เราชอบที่สุด แล้วก็ฟิตเนสอิสตรักเตอร์ของคลาสนี้เท่าที่เคยไปเข้ามาค่ะ อย่างที่เพื่อนๆหลายคนรู้กันว่า เราเลือกเข้าคลาสเพราะ Fitness Instructor ก็เลยอยากจะเขียนว่า ทำไมต้อง Gym Tour ไปหลายๆที่ด้วย เล่นที่เดียวน่าจะพอ หวังว่าตัวเองจะไม่เบื่อซะก่อน เพราะจะเขียนเรื่องเฉพาะ BodyStep อีก ซักบล็อคสองบล็อค ฮะๆ

พอไปยิม ป้าก็ไม่ได้เล่นเครื่องเล่นเลย คือไปเข้าคลาสอย่างเดียว คลาสที่ป้าชอบก็คือ BodyStep อันรีรีสหลังๆ ตั้งแต่ปี 2014 ป้าเต้นได้หมด วิดีโอนี้ เป็นของ Release ล่าสุด เริ่มใช้อาทิตย์หน้า แต่ป้าเต้นได้แล้ว คริ

BodyStep® เป็นสุดยอดการออกกำลังแบบสเต๊บและให้ผลด้านการกระชับบั้นท้ายและต้นขาได้เร็วที่สุด ท่าเต้นที่ง่ายแต่เปี่ยมประสิทธิภาพจะทำให้ผู้เต้นได้ใช้พลังงานและเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับทั้งชายและหญิงโดยไม่มีข้อจำกัดทางด้านอายุและความแข็งแรงของร่างกาย

ดูจากวิดีโอก็ยากแล้วใช่รึเปล่า แน่นอนว่า คนเราต้องมีช่วงที่ยังไม่ผ่าน Learning Curve ซึ่ง learning curve คลาสนี้ของป้าดูสูงมาก คือเมือก่อนไม่ใช่คนที่จะออกกำลังกายอะไรไง ต้องมาออกกำลังกายเต้นๆวิ่งขึ้นวิ่งลงบนอุปกรณ์ที่เรียกว่า Step ก็ยากมาก ไม่รู้ใครพาเข้า เพราะเพื่อนๆที่เล่นยิมด้วยกัน ก็ไม่ค่อยมีใครเข้าคลาสนี้ เต้นแรกๆคืองงมาก วิ่งขึ้นลง หมุนๆ กระโดดๆ ย่อๆ จะตายเอา แล้วคนข้างหน้าก็หมุนซะพริ้วเลย แต่พอป้าได้มีโอกาสไปเล่นที่อื่น ฟิตเนสอินสตรักเตอร์คือดี ดีจนแบบ ป้าต้องเล่นคลาสนี้ให้ได้อ่ะ โห Motivation มาเต็ม ด้วยการตั้งปณิธานว่า ชั้นต้องเค้าคลาสเค้าจนจบให้ได้ จนตอนนี้ ป้าเมพระดับนึงเลย ระดับเจ้าที่เค้าคุ้นหน้าป้าเวลามีคลาสนี้แล้วบอกเลย เป็นแฟนคลับพ่อเทพเลย แต่ไกลมาก ถ้ามีโอกาสได้กลับไปแถวนั้น ป้าไม่เคยพลาดที่จะรอเข้าคลาสนี้เลย

ส่วนตัวป้าแล้ว ป้าชอบคลาสที่คนสอนสอนสนุก จริงๆป้าก็ไม่ได้เต้นแม่นอะไรหรอก แต่ถ้าคนสอนสอนดี คนในห้องก็จะเต้นตามได้แบบไม่สะดุด แต่ถ้าคนสอนสอนไม่ดี ขนาดป้าเต้นเพลงนั้นได้ ก็ยังเต้นผิด คลาสที่ป้าเลือกเข้า ก็จะเลือกตามฟิตเนสอิสตรักเตอร์ จริงๆแล้ว เวลาเลือกคลาส ก็จะจัด Priority โดยให้ Bodystep มาอันดับแรก แล้วค่อยดูว่าใครสอน (ส่วนคลาสอื่น ดูคนสอนก่อน ถ้าคนสอนคนนั้นดี แล้วคลาสป้าเล่นได้ ป้าก็จะเข้า) นั้นแหล่ะ จริงๆก็เลือกเข้า Bodystep คือ ถ้าใครสอนป้าก็เข้า ยกเว้นว่า คนนั้นป้ารู้แล้วว่าสอนไม่สนุก เต้นๆไปนี้ ป้ายังเต้นสวยกว่า ป้าก็ไม่เข้า ไม่ก็ไปหา Bodystep สาขาอื่นเข้าแทน เพื่อนป้าเคยถามว่า ทำไมแกว่าเค้าสอนดี เล่นแล้วเหนื่อย เพราะว่าแกเต้นอยู่ข้างหน้ารึเปล่า คราวนี้จะรู้ได้ยังไงว่าใครสอนดี จากการที่เล่นมาหลายปี ป้าจะเลือกเข้าจากอินสตรักเตอร์ที่มีลักษณะประมาณนี้
  • เต้นแม่น: เต้นอย่าผิดเยอะ บางคนนี่ นิ่งไปหลายจังหวะเลย แต่ก็ไม่ค่อยมีหรอก ป้าอภัยได้ ถ้าหยุดไปไม่กี่จังหวะ
  • บอกนำท่าดี: อย่างที่บอกว่าป้าก็ไม่ได้จำได้ทุกเพลงหรอก ถ้าเค้าสอนดี เค้าจะให้จังหวะคนในคลาสได้แป๊ะๆมาก ขนาดเพลงที่ป้าเต้นไม่เป็น แต่ถ้าคนสอนดี ป้าก็เต้นได้ไม่สะดุดนะ
  • เชียร์ดี: นั้นแหล่ะ คลาสออกกำลังกาย เป็นธรรมดาที่จะเหนื่อยแล้วก็หมดแรง ฟิตเนสอินสตรักเตอร์ที่สอนสนุกๆคือ พอเค้าเห็นว่าป้าหมดแรงเริ่มไม่เต้นแล้ว จะส่งสัญญาณโดยตรงมาที่ป้าเหมือนกับว่า เอาครับน้อง สู้หน่อย อีกนิดเดียว แบบรู้สึกได้เลย จริงๆถ้ายิ่งสอนดี ป้าก็ยิ่งเหนื่อยนะ เหมือนเชียร์ให้เรากระโดดให้สูงขึ้น ย่อให้ต่ำลง ป้าเคยประทับใจสุดคือ คลาสนี้คือ เต้นๆอยู่ในแทร็ก Power ที่เหนื่อยที่สุด แล้วฟิตเนสอินสตรักเตอร์ก็ลงมาเต้น Step ตัวเดียวกับป้าค่ะ ป้านี้ กรี๊ด(ในใจ)สุดเสียงเลย จากนั้นนะคะ ป้าเข้าคลาสเค้าทุกอาทิตย์เลย
  • สอนสนุก: ก็มีแซว มีหยอกล้ออะไรบ้าง เหนื่อยนะคะ เต้นเนี่ย อย่าให้คลาสเครียดค่ะ ป้าจะตายเอา
  • อันนี้ส่วนตัวป้าเลยนะคือ ถ้าสมมุติป้าเข้าคลาสใคร แล้วอินสตรักเตอร์มาคุยด้วย หรือทักทายป้า บอกเลยว่าคลาสต่อไป ป้าก็จะเลือกเข้าคลาสเค้าเลย เอาแค่เลิกคลาสแล้วยิ้มให้หรือว่ารอสวัสดีหน้าห้อง ป้าก็โอเคแล้ว รู้สึกเหมือนกับว่า รอบหน้ามาเจอกันอีกนะครับ ขอบคุณครับ
  • สุดท้าย ทั้งหมดจะไม่มีผลเลย ถ้าอินสตรักเตอร์หน้าตาดี เต้นไม่ดีป้าก็เข้า ฮะๆๆๆ **ข้อนี้ล้อเล่น** แต่ว่านะ บางคนหน้าตาธรรมดา แต่พอเต้นมาอยู่ๆก็เฮ้ย! เท่หว่ะ รอบหน้ามาอีกดีกว่า ปกติป้าไม่ค่อยเห็นใครหล่อตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ต้องแบบ ดูไปนานๆ แล้วก็รู้สึกว่า เออ…หน้าตาดีเหมือนกันแฮะ อะไรแบบนี้มากกว่า อย่าเพิ่งคิดว่าป้าเข้าตามผู้ชายนะคะ จริงๆแล้ว คลาสผู้หญิงป้าก็เข้า ถ้ามีข้อบนๆประกอบด้วย คลาสประจำของป้าก็คลาสครูผู้หญิงนั้นแหล่ะ
  • บอกเลยว่า พ่อเทพของป้ามีครบทุกข้อ เสียดายว่าอยู่ไกลมาก ไม่งั้นป้าจะไปบ่อยๆเหมือนสมัยเรียน

ก็จะมีประมาณนี้แหล่ะ โมติเวชั่นการเข้าคลาสของป้า ไว้รอบหน้าจะมาพูดถึงตัวคลาสที่ป้าเข้า ซึ่งความจริงควรจะพูดเป็นอย่างแรก แต่ก็นะ ป้าคิดจะเขียนบันทึกก็เพราะจะแจกแจงเรื่องพวกนี้แหล่ะ ฮิฮิ

วันวีคกับ Thailander

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา (17 – 23 สิงหาคม) ค่ะ อั๋นได้มีโอกาสทวีตให้ @Thailander คือเค้าจะเปลี่ยนสลับคนที่ทั้งเป็นคนไทย คนต่างชาติที่เป็น expat มาอยู่ไทย ให้มาทวีตเป็นภาษาอังกฤษคุยกันค่ะ

Screenshot_2015-08-23-22-15-12[1]

ที่พีคคือ วันแรกที่เป็น Thailander ก็มีเหตุการณ์วางระเบิดที่ศาลพระพรหมที่ราชประสงค์ค่ะ เมนชั่นมาเพียบเลย วันจันทร์ปกติจะไปยิมที่พารากอนค่ะ แต่วันนั้นเพื่อนเค้าอยากกินไก่บอนชอน แต่โดนเบี้ยว เราเลยเปลี่ยนใจไปกินไก่แทน เลยเลี้ยวไปที่เทอมินัลแทน โชคดีจริงๆ (แต่ขอแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสียด้วย) อั๋นก็ทำได้แค่รีทวีตข่าวจากสำนักข่าวใหญ่ๆแทน

รู้สึกว่าจะไม่ค่อยมีโปรแกรมเมอร์ผู้หญิงมาทวีตให้ Thailander นะคะ อั๋นเลยแอบรู้สึกว่า คนแมนชั่นหาเค้าดูแปลกใจที่แอบมีทวีตแบบ Geek อะไรแแบบนี้มาด้วย พีคสุดคือ มีคนบอกว่าไม่ค่อยเห็นใครทวีตอะไรแบบเราแล้วเค้าชอบ เลยเลี้ยงเบียร์ด้วย โห สุดยอด ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะไปหรอก แต่พี่คนที่ชวนอั๋นไปเป็น Thailander ก็ชวนจนได้เลย แต่ว่าวันนั้นสนุกดี เจอ Jenny The Voice ด้วย น่าร้ากก

Jpeg

และพี่คนที่ชวนแหล่ะค่ะ ทวีตอวยว่า เราเขียนโปรแกรมได้ อันนั้นไม่เท่าไหร่ค่ะ แต่ว่านายฝรั่งเค้าตามพี่เค้าด้วย เลยโป๊ะเลย ;___; อุตสาห์เช็คแล้วว่านายฝรั่งไม่ตาม Thailander เดี๋ยวเค้ารู้ว่าการงานไม่ทำ เอาแต่ทวีต แต่ก็ดีค่ะเป็นทวีตอวย ตื่นเต้นดี เวลาก็บ่ายสองค่ะ ควรทำงาน

//platform.twitter.com/widgets.js

ช่วงนั้นอั๋นก็แอบทวีตภาษาสเปนบ้าง เยอรมันบ้าง ประปราย บางคนที่พูดสองภาษานี้ได้ ก็จะแอบตกใจนิดหน่อย บางคนก็มาถามว่าเรียนที่ไหน หาคอร์สอยู่อะไรอย่างนี้ ก็บอกเท่าที่รู้

แล้วก็ อั๋นแอบทวีตรูปสปองบ๊อบทุกวันเลยค่ะ มีคนจับได้ด้วย ฮะๆๆ เท่มาก

แต่ว่าอาทิตย์ที่เป็น Thailander ก็สนุกดีนะ เครียดแค่วันแรกที่มีระเบิดแหล่ะ ทำตัวไม่ถูกว่าควรจะพูดอะไรบ้าง แต่ที่เหลือก็โอเค ด้วยการที่ต้องเขียนแต่ภาษาอังกฤษ บอกเลยว่า เปิดดิกเช็คศัพท์ แล้วก็ Google เช็คแกรมม่ารัวๆเลยค่ะ ก็ได้ประโยชน์กับตัวเองเหมือนกัน ฮะๆๆ

ขอบคุณคุณ @KribBKK และ @underexpose ที่ให้อั๋นทดลองเป็นเซเลปทวีตเตอร์นะคะ

I tried to picture a man

เมื่อปลายๆเดือนที่แล้ว เพื่อนอั๋นคนนึงชวนไปเรียนวาดภาพสีน้ำแหล่ะ… ก็ไม่รู้นึกอะไรอยู่นะ เค้าส่ง link มาให้ดู ก็เห็นว่า รูปน่ารักดี ลองดูก็ได้ ปกติเค้าก็ชวนอะไรแบบนี้อยู่เรื่อยๆนะ แต่รู้ตัวว่าไม่ค่อยมีหัวทางศิลปะเท่าไหร่ เลยไม่ค่อยได้สนใจ แต่ก็ไม่แน่ใจว่า ทำไมอยู่ๆไปเรียน อาจจะเพราะ ราคาไม่แพงมาก แล้วก็ไม่ไกลจากบ้านเท่าไหร่ด้วย

ก่อนเข้าคลาส ครูที่สอนก็โทรมาถามรายละเอียดเรา พร้อมให้คำแนะนำสำหรับก่อนเริ่มคลาส เราก็โห ตื่นเต้นตั้งแต่ยังไม่เข้า รู้สึกอุปกรณ์เยอะเหลือเกิน แต่เค้าก็จัดชุดเล็กๆสำหรับผู้เริ่มต้นให้แหล่ะ ก็พอไหวอยู่

พอถึงวันที่เรียน เราก็เริ่มทฤษฏีพวกอุปกรณ์ต่างๆ กระดาษ เทคนิคการวาด แล้วครึ่งชั่วโมงแรก ก็หมดไปกับการฝึกการใช้เทคนิคต่างๆเช่น ระบายเรียบ เปียกบนเปียก แห้งบนเปียก เคลือบ แก่ไปอ่อน อะไรแบบนี้ ก็…ดูง่ายมั้ง แต่คือพี่คนข้างๆอั๋นแบบ เมพมาก แค่ระบายเรียบ ลงสโตรกของสีก็แบบ….โห พี่เรียนผิดคลาสรึเปล่า ดีขนาดนี้ นี้แค่ลองพูกัน อั๋นก็ท้อแล้ว

ต่อมา เค้าก็ให้ลองวาดภาพหนึ่งภาพ เป็นภาพหมี อั๋นก็วาดตามเค้าเลย คือแค่เริ่มร่างก็เพลียละ คือ สกีลวาดภาพแย่มาก อาย ยิ่งตอนลงสีนะ ต้องไล่ระดับสีอ่อนไปแก่ มีแสงเงาอะไรอีก เราก็เก่งเหลือเกิ้น ระบายเสร็จไปรอบแรก คือ แย่มากอ่ะ พี่คนที่สอนบอกว่า สีบางไปนะครับ ลองระบายเพิ่ม ก็พอดูได้ ไม่ได้สวยเหมือนของคนอื่น แต่คงไม่แย่สำหรับรูปสีน้ำแรกของชีวิตนี้

2015-07-11 12.49.01

หมดคลาสวันนั้น เค้าให้วาดรูปอะไรก็ได้มาหนึ่งรูป นี้คิดหลายวันมาก แล้วกว่าจะได้ว่างวาดรูป ก็ก่อนวันเรียนหนึ่งวัน แล้วเค้าเอาอั๋นไปใส่ใน Line กลุ่มที่เรียนสีน้ำ แต่ละคนก็ active กันม้าาาาก อีนี้ เวลานอนยังจะไม่มีเลย จะเอาเวลาไหนไปวาดรูป แต่ก็ได้แบบที่จะวาดและ เป็นรูปเกมทั้งสองรูปเลย

รูปแรกจะวาดฉากเปิดของ Monument Valley เละอย่างเดียวค่ะ คือ ทั้งเลอะข้าง ทั้งสีเน่า ทั้งกระดาษเปื่อย เพราะ เปียกบนเปียกเยอะมาก มีตรงฐานสีก็ปนกันอีก แย่สุดฮะๆๆ เริ่มรู้สึกท้อ

2015-07-18 01.26.25

แต่ก็คิดว่า เฮ้ย รูปแรกพังก็ปกติป่าวหว่า ว่าแล้วก็วาดรูปสอง เป็นรูปจากเกม Machinerium ก็เราว่าน่ารักดีนะ แต่ถ้าดูรูปเต็มๆคืsfggอ พื้นหลังก็พัง แถมแสงเงาผิดทางไปหมดอีก แต่พอถ่ายเหลือแค่นี้ จริงๆมันก็ดูดี ดูน่าเชื่อว่าเป็นหุ่นยนต์กระป๋องเก่าๆขึ้นสนิมนะ

2015-07-18 01.28.16

คุณได้รับไอเท็มหัวใจ 1 ea

วาดไปสองรูป รู้เลยว่า ไม่ใช่แนวแหล่ะ ยากเกิ้น พื้นฐานก็ไม่มี วาดรูปก็แย่ แต่เอาเถอะ เพิ่งอาทิตย์แรก

อาทิตย์ต่อมา…. ยากกว่าเดิมอีก เป็นการวาดแสงเงาขั้นกว่า ในรูปแบบการ์ตูน ไว้บล็อคหน้าถ้าไม่ลืมจะมาเล่าพร้อมโชว์รูป ตอนนี้ยังวาดไม่เสร็จ แต่แววเน่ามาแรงมาก ก็…ฝืนวาดจนจบไปเลยละกัน

อั๋นมีพี่ที่สนิทคนนึง เค้าชอบเสพงานกวีและศิลปะ คือเค้าสอนกีต้าร์อั๋นแหล่ะ เลยสนิทกัน คือว่า อั๋นก็ไปบอกพี่เค้าว่า ตอนนี้เรียนสีน้ำอยู่ พี่เค้าก็สนับสนุนใหญ่ ให้หนังสือมาเล่มนึงพร้อมแนะนำผลงานระดับอาจารย์ด้านสีน้ำให้ดู ก็สวยดีนะ เรานี้แค่พี่หมีก็เอาไม่รอดละ ต้องฝึกอีกเยอะ แต่ที่แน่ๆ Text นั้นเราคงไม่ได้อ่านอ่ะ 🙂 ไม่แน่ เผื่อเอาดีด้านเปียโนไม่ได้ ยังพอจะมีสีน้ำให้ระบายอยู่

ปล. มีสองรูปวาดเล่นๆระหว่างรอสีแห้ง พอไหวมั้ย

2015-07-20 01.26.47

ไอด้าอีกแล้ว โดนกาไล่เลย ก้าาาาา

เอาเหอะ ตัดสินใจเรียนไปแล้ว อีกอาทิตย์นึงก็จบละ จริงๆคลาสสนุกมากเลยนะ แต่ยากม้ากกกก เหมือนเห็นง่ายเหมือนตอนเราดูครูวาดเลยหง่ะ -_-

So walk this way

วันนี้ค่ะ อยากนำเสนอเพลงของ P!nk เพลงนึงค่ะ ฟังแล้ว นึกถึงสมัยเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ สมัยยังไม่มีภาระ เมาไปวันๆจริงๆ

มาฟังเนื้อเพลงกัน เออ แปลแย่ไปหน่อยนะ ขอโทษที อารมณ์

One step, two steps,
Counting tiles on the floor
Three steps, four steps,
Guess this means that I’m a whore
Uh-oh, Hell no,
How long ’til I reach the door?
Fuck me, My feet are sore

หนึ่งก้าว สองก้าว ฉันกำลังนับกระเบื้องบนพื้นอยู่ สามก้าว สี่ก้าว คิดว่าฉันเป็นกะหรี่หล่ะซิ เชรี้ยเอ้ย เมื่อไหร่จะถึงประตู ปวดขาหมดแล้ว

I’m wearing last night’s dress and I look like a hot ass mess
Although my hair looks good ’cause I haven’t slept yet!

นี้ยังใส่ชุดเมื่อคืนอยู่เลย ดูดีเซ็กซี่สุด แล้วก็ผมก็ยังดูดีอยู่เลย เพราะว่ายังไม่ได้นอนเลย

Make the elevator come a little faster
I’m pushing all the buttons, but nothing’s happening
Please God don’t let anybody see me
Please God I’ll do anything you ask of me
I promise, no more walks of shame

ลิฟต์เอ้ย มาเร็วๆหน่อย นี้ฉันกดทุกปุ่มแล้วนะ ทำไมยังช้าอยู่ พระจ้าววววว อย่าให้ใครเห็นลูกเลย ฉันจะยอมทำทุกอย่างที่คุณบอกเลย ฉันจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว

So walk this way (we’re walking, we’re walking)
Walk this way (we’re walking, we’re walking)

เออ เดินแบบนี้แหล่ะ ไปทางนี้นั้นแหล่ะ

Last night’s bubblegum,
No more bubbles, no more yum
Where’d I get the wristband,
Tell me there’s no tramp stamp
One two three shoot,
No I know that shit ain’t cute
But damn the man it sure is fun,
To party ’til the sun wakes up
Okay now raise two hands if you’ve ever been guilty
And clap clap clap clap clap it out if you’ve walked with me

เมื่อคืนพี้หนักไปหน่อย ไม่เอาอีกแล้ว แล้ววริชแบนด์นี้มาจากไหนเนี้ย บอกทีว่าไม่มีแสตมป์อะไรที่หลังฉันนะ
ตายละ มันไม่ดีเลย แต่ให้ตายเหอะ เมื่อคืนมัน สุดเหวี่ยงมาก ปาร์ตี้กันยันพระอาทิตย์ขึ้น เอ้า ยกมือขึ้นเลย ถ้าเธอรู้ว่าเธอเคยผิดมาก่อน แล้วก็ตบมือถ้าเธอเป็นเหมือนกัน

Make the elevator come a little faster
I’m pushing all the buttons, but nothing’s happening
Please God don’t let anybody see me
Please God I’ll do anything you ask of me
I promise, no more walks of shame

So walk this way (we’re walking, we’re walking)
Walk this way (we’re walking, we’re walking)

I shouldn’t have let ’em take my keys, take my keys
They left me here
With too much beer.
My friends, they hung me out to dry.
It’s not my fault, and that’s why
I’m doin’ the walk of shame

ไม่ควรให้เค้าได้กุณแจไปเลย แม่งกูโดนทิ้งอีก พอดีดันจัดเบียร์หนักไปหน่อย เพื่อนก็ทิ้งกูอีก มันไม่ใช่ความผิดกูเล้ยยยย นี้แหล่ะ กูต้องมาเดินแบบนี้แหล่ะ

Make the elevator come a little faster
I’m pushing all the buttons, but nothing’s happening
Please God don’t let anybody see me
Please God I’ll do anything you ask of me
I promise, no more walks of shame
[2x]
So walk this way (we’re walking, we’re walking)
Walk this way (we’re walking, we’re walking)


เออ คำแปล หลังๆดูหยาบคาย บายเดอะเวย์ค่ะ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพลงนี้บ้าง

คือท่อนที่อั๋นชอบคือที่เค้าบอกว่า

Make the elevator come a little faster
I’m pushing all the buttons, but nothing’s happening
คือแบบ บ่งบอกความเมามาก อยากให้ลิฟต์ไปไวๆ แต่กดแม่งทุกชั้น เริ่ดเลอ

No more bubbles, no more yum
Bubble กับ Yum เป็นชื่อเล่นภาษาอังกฤษของยาเสพติดค่ะ Bubble เข้าใจว่าเป็นยาเม็ดประเภท mephedrone ซึ่งคืออะไรไม่รู้ พอดีเจอจาก Google ส่วน Yum เข้าใจว่าคือกัญชา นะ

Where’d I get the wristband,
เข้าใจว่าเวลาจะเข้าผับ หรือ คอนเสิร์ต ก็จะมี wristband ใส่มาให้ ในเพลงนางคงไปไหนต่อไหนแล้วจำไม่ได้

Tell me there’s no tramp stamp
tramp stamp คือ รอยสัก หรือ เพนต์ หรือ แสตมป์ ที่หลังล่างแถวๆร่องก้น (ใน Urban Dict บอกว่า A tattoo above a woman’s ass crack.) ในเพลงน่าจะหมายถุึง นางกลัวนางเมามากจนไปสักมา (แบบในหนังเลย เมาแล้วมีรอยสักปริศนา)


คืออั๋นฟังท่อนแรก คือ นึกถึงสมัยเรียน คือไม่ใช่เราที่เมาหรอกนะ ไม่เคยเมาหนักขนาดนั้น เพื่อนคนนึงเพิ่งอกหักค่ะ นางไม่เคยไปผับไปบาร์ เลยชวนเพื่อนไปกันหมด แล้วคนไม่เคยไง เป็นไง เมาค่ะ เป็นการให้ผู้หญิงคนเดียวที่ไปด้วยกัน ไปส่งนางที่ห้อง แต่ก็มันดึกแล้วอ่ะนะ เราก็เลยนอนห้องนางเลย ชุดก็ชุดเมื่อคืนนั้นแหล่ะ กระโปรง รองเท้าส้น ผมดัด เริ่ดมาก ตอนเช้า ตื่นมา มึนๆ ตอนจะกลับห้องแล้วต้องเรียก Taxi แค่นั้นแหล่ะ พี่ทักเลย เมื่อคืนหนักไปหน่อยซินะ กูนี้อ้ายยยยอาย แทบจะร้องว่า Please God don’t let anybody see me คือแบบ ตามเนื้อเพลงเลย ทุกครั้งที่ไปนอนห้องเพื่อนแล้วใส่ชุดเมื่อคืนกลับบ้านตอนเช้านะ อิชั้นรู้สึกประมาณนี้ทุกครั้งเลย ดีนะมีไม่กี่ครั้ง

ปล. เพลงนี้คือได้ยินมานานแล้วค่ะ มันเป็นเพลงเต้นในฟิตเนสนี้แหล่ะ แต่เมื่อวานไม่รู้เป็นไง ปกติเต้นกับ Bodystep ซึ่งเป็นคลาสเต้นมันๆ เลยไม่ได้สนใจเนื้อเพลงอะไร แต่เมื่อวานค่ะ เพิ่งรู้ว่ามีเพลงนี้ในคลาส Bodypump ซึ่งเป็นคลาสยกน้ำหนัก ซึ่งใช้สมาธิพอสมควร อั๋นเลยได้มาจดจ่อกับเนื้อเพลงค่ะ เลยได้รับรู้ว่า เนื้อเพลงแม่ม เฮียมากๆ ชอบ So walk this way.

Smile

Lady Jane, the river saint

Lady Jane by Mika (From Songs for sorrow)

*เพื่อให้ได้อารมณ์ความเศร้า แนะนำให้เปิดเพลงด้วย

Listen to the song:

Lady Jane, the river saint, special yes, but lucky ain’t
Lady Jane said she walked on water
But she never had a man to show

Lady Jane พรายแม่น้ำ เธอเป็นสิ่งพิเศษ แต่ก็โชคร้าย
Lady Jane เธอเดินบนแม่น้ำได้เหมือนคน
แต่เธอก็ไม่เคยให้ใครเห็น

Then one day when she found a fella, she was eager just to let him know
Lady Jane she walked on water followed by her brand new lover
Who tumbled along drowning down below

และแล้ววันนึง เธอก็ได้พบกับหนุ่มน้อย เธอกระตือรือร้นที่อยากให้เขารู้
เธอเดินบนผืนน้ำได้ และตามมาด้วยหนุ่มน้อยคนรักคนนั้นของเธอ
แต่เขาเดินไม่ได้ และกำลังจะจมน้ำ

Lady Jane who can walk on water. Unfortunately, her lover fails in his attempt to follow her and sinks into the dark depths......

Lady Jane who can walk on water. Unfortunately, her lover fails in his attempt to follow her and sinks into the dark depths…..[ref]

Lady Jane did not abort for legends are never made that short
Now be sure when you listen to this
Here’s the reason you should never eat fish

เธอไม่รอช้าที่จะทำเรื่องเหลือเชื่อที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน
และเรื่องที่จะเล่าให้ฟังต่อไปนี้
อาจจะเป็นเหตุผลว่า ทำไมคุณถึงไม่ควรจะกินปลา

Convinced he’d become a creature of the sea
She cut off her feet and jumped into the deep
And never stopped looking for her lover below

หลังจากจมน้ำแล้ว หนุ่มน้อยได้กลายเป็นปลาในแม่น้ำนั้น
เพื่อจะตามหาเขา เธอตัดเท้าตัวเองและว่ายลงทะเล
และไม่ยอมหยุดตามหาคนรักของเธอข้างล่างนั้น

In order to find her lover, Lady Jane cuts off her feet, dives into the watery depths and in the process is transformed into a beautiful fish.

In order to find her lover, Lady Jane cuts off her feet, dives into the watery depths and in the process is transformed into a beautiful fish. [ref]

Lady Jane, the river fish became the world’s most wanted dish
And though no man would dare to catch
Something whose beauty we could never match

Lady Jane เจ้าปลาน้อย ได้กลายเป็นอาหารที่คนทั้งโลกก็อยากกิน
แต่ว่าไม่มีผู้ใดกล้าจับเธอ
ซึ่งเป็นสิ่งที่สวยงาม และไม่มีใครคู่ควร

But when some emperor from a far away state
Said, “I order you to get that fish’s head on my plate”
They killed little lady Jane

แต่แล้ววันนึง จักรพรรดิ์จากแดนไกล
ประกาศว่า “ฉันต้องการหัวปลาตัวนั้นในจานของฉัน”
และเค้าก็ฆ่า Lady Jane

The fish, Lady Jane is caught by a fisherman who presents her to the Emperor. However, despite being struck by her beauty, the Emperor has her cooked and eats her up!

The fish, Lady Jane is caught by a fisherman who presents her to the Emperor. However, despite being struck by her beauty, the Emperor has her cooked and eats her up! [ref]

You emperor of a distant land, the only man who didn’t understand
Although you think you’ve got your prize
There’s another fish that has escaped your eyes

จักรพรรดิ์จากเมืองที่ห่างไกลนั้น ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย
แม้ว่าเค้าคิดว่าเค้าได้รับในสิ่งที่คู่ควร
แต่ก็มีปลาตัวนึงที่เขาคิดไม่ถึง

Lady Jane, her lover’s there
Swimming through the ocean with a desperate air
Looking for Lady Jane, he’s looking for Lady Jane

Lady Jane คนรักของเธออยู่ตรงนั้น
ว่ายน้ำไปในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่อย่างเอาเป็นเอาตาย
เพื่อจะตามหา Lady Jane…..เค้าตามหา Lady Jane…..

Lyrics: Read more: MIKA – Lady Jane Lyrics | MetroLyrics


Extra:

fella – คำเรียกผู้ชายหรือเด็กชายอย่างไม่เป็นทางการ
eager – กระตือรือร้น
desperate – อย่างสิ้นหวัง, เต็มไปด้วยอันตราย

What time for the first meal?

อาหารเช้า เป็นอาหารมื้อที่สำคัญที่สุดของวัน

คิดว่าทุกคนต้องได้ยินคำนี้ ปลูกฝังกันมานานแล้วแน่ๆ อั๋นบอกไม่ได้หรอกนะ ว่าถูกหรือผิด แต่ถ้าไม่กินแล้วก็หิวแน่ๆ

วันก่อนอั๋นได้คุยกับเพื่อนเรื่องการลดน้ำหนัก บางคนเค้าก็ไม่ได้กินข้าวเช้านะ เค้าบอก มาคิดดูดีๆซิ ความจริงแล้ว อาหารเช้าเพิ่งมีไม่นานมานี้เอง

ตลอดช่วงเวลาของการวิวัฒนาการ ตั้งแต่มนุษย์เพิ่งได้เริ่มเดินสองขาและล่าสัตว์นั้น คิดดูว่า สมัยนั้น ตอนเช้าเค้าจะหาอะไรกินยังไง ฉะนั้นอาหารมื้อแรกของวัน ของคนสมัยก่อน คือหลังจากที่เค้าหาอาหารได้ ซึ่งไม่มีทางที่จะเป็นตอนเช้าแน่นอน ดังนั้น ตามประวัติศาสตร์การวิวัฒนาการ อาหารมื้อแรกอาจจะเริ่มตอนสายๆเที่ยงๆ นั้นเอง

wabbit-season

ดังนั้น ที่บอกว่า อาหารมื้อเช้าเป็นอาหารมื้อสำคัญนี้ ก็อาจจะผิดหลักจากการวิวัฒนาการของเราไปหน่อย

ส่วนมื้อเย็น ภาษาอังกฤษเรียกว่า Dinner เค้าบอกว่า จริงๆแล้วมันแปลว่า อาหารมื้อใหญ่ที่กินด้วยกัน หลังจากล่าสัตว์มาได้แล้ว จะมีการเอามาแบ่งปันกับคนในกลุ่ม และต้องกินให้หมด เพราะอาหารไม่สามารถเก็บไว้ใช้วันต่อไปได้ เพราะสมัยนั้นก็ยังไม่มีตู้เย็น ใช่ไหม… ที่พอจะเก็บได้ คงมีแค่ผลไม้ ที่ผู้หญิงหาไว้ ในช่วงที่ผู้ชายออกไปล่าสัตว์ ดังนั้นโภชนาหารดีๆ ไม่สามารถมีได้ตอนเช้าในยุคนั้นแน่ๆ

640px-Neanderthals_-_Artist's_rendition_of_Earth_approximately_60,000_years_ago

บางคนก็อาจจะบอกว่า เดี๋ยวนี้คนพัฒนาให้มีการเก็บเสบียงได้แล้ว โภชนาการเดี๋ยวนี้ต้องดีกว่าสมัยก่อนอยู่แล้ว ร่างกายเรายังไงก็ต้องรับอาหารเช้า อั๋นก็เถียงไม่ได้นะ ไม่รู้ว่าแบบไหนดีกว่ากัน แค่คิดว่า มนุษย์มีรูปร่างแบบนี้มาหลายแสนปีแล้วแต่การพัฒนาสิ่งของให้สามารถเก็บไว้ได้นาน เพิ่งมีมาซักพัน สองพัน ปี นี้แหล่ะมั้ง ไม่น่าจะเยอะพอที่จะทำให้เกิดการพัฒนาสายพันธุ์ให้กินอาหารเช้าได้ ถ้าเป็นเรื่องคนต้องกินอาหารสุก แบบนั้นอั๋นพอจะเข้าใจอยู่นะ การที่เราต้องเดินสองขา ทำให้ช่วงท้องของเรา สั้นกว่าสัตว์สี่ขาทั่วๆไป ทำให้ระยะลำไส้ หรือการเดินทางของอาหารต้องสั้นลงโดยปริยาย มนุษย์จึงต้องมีกระบวนการเปลี่ยนโมเลกุลของอาหารให้ดูดซึมสารอาหารได้เร็วขึ้น หนึ่งในกระบวนการนั้นคือการให้ความร้อน หรือทำให้สุกนั้นเอง ไว้เล่าในบล็อคอื่นละกัน

แต่อั๋นยังไงก็ต้องกินทุกมื้อแหล่ะ หิว

บล๊อคหน้า อั๋นจะเขียนเรื่อง ความเหลื่อมล้ำทางสังคมในมุมของการวิวัฒนาการของมนุษย์

— แถม —

ว่ากันตามหลักวิวัฒนาการแล้ว มีอีกสิ่งนึงที่ต้องพูดถึง ถ้าเราพูดเรื่องการเก็บเสบียง สิ่งนั้นคือ ตู้เย็นนี้เอง

มีคนเล่าให้อั๋นฟังว่า การที่ตู้เย็นถูกพัฒนาให้มีหลอดไฟในตู้นั้นก็เพราะว่า กลางคืนไม่มันมึด ฉะนั้น หลอดไฟในตู้เย็น ก็เพื่อให้เอาไว้ใช้ตอนกลางคืนก็ถูกแล้ว ฉะนั้นการเปิดตุ้เย็นตอนกลางคืน ไม่ถือว่าเป็นบาปค่ะ เคาะ!

2766959_2013120412541223

ธรรมชาติ และงานศิลปะ

แรงบันดาลใจของผลงานศิลปะในยุคก่อนๆ ล้วนมาจากชีวิตประจำวันทั้งสิ้น

เราไม่รู้แน่ว่ามนุษย์เริ่มมีภาษาใช้ตั้งแต่เมื่อไหร่และก็ไม่รู้ว่าศิลปะเริ่มพัฒนามาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เราศึกษาจากร่องรอยทางประวัติศาสตร์เพื่อคาดการณ์ว่าศิลปะเริ่มพัฒนาขึ้นเมื่อใด มีการค้นพบต่างๆมากมายเพื่อนสนับสนุนทฤษฎีต่างๆของผู้ที่ศึกษา

ตั้งแต่บรรพบุรุษมนุษย์เริ่มยืนตรงได้และเดินได้ด้วยสองขา ทำให้เรามีมือที่ทรงพลังกว่าสัตว์อื่น เราไม่ต้องใช้มือในการช่วยเดินอีกต่อไป เรามีสมองที่พัฒนามากกว่าสัตว์อื่นและสามารถให้มือในการพัฒนาสิ่งต่างๆมากมาย

มนุษย์ดึกดำบรรพ์ ในยุคหินเก่าที่ต้องล่าสัตว์เพื่อแก้ปัญหาเรื่องการกินอยู่ เวลาวาดภาพไปก็มักจินตนาการไปด้วยว่ามันจะกลายเป็นของจริง พวกเขาจึงชอบวาดสิ่งที่อยากให้เป็นจริงไว้ตามผนังถ้ำ นักวิชาการต่างก็ลงความเห็นว่า พัฒนาการทางศิลปะของมนุษย์มีต้นกำเนิดมาจากความต้องการต่างๆ ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน

ภาพเขียนในผนังถ้ำ

ภาพเขียนในผนังถ้ำ

ในช่วงที่โลกกำลังพ้นยุคน้ำแข็งช่วงสุดท้ายก่อนจะเข้าสู่ยุคหินเก่า ผู้คนในยุคนั้นอาศัยอยู่ตามถ้ำเพื่อหลบหนีความหนาวเย็น และเริ่มรู้จักทำเครื่องมือเครื่องใช้ ซึ่งสมัยนั้น คนก็ยังไม่รู้จักการเลี้ยงสัตว์ ไม่รู้จักการเพาะปลูก พวกเขาดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์ แต่เพราะไร้อาวุธที่มีประสิทธิภาพ ทำให้การล่าสัตว์เป็นเรื่องยาก พวกเขาจึงต้องทนหิวเป็นประจำ ดังนั้น เรื่องสำคัญที่สุดสำหรับพวกเขาก็คือปัญหาเรื่องปากท้อง ซึ่งสะท้อนออกมาในงานศิลปะ

สันนิษฐานว่า การที่คนโบราณวาดภาพคนหรือสัตว์ต่างๆไว้บนผนังถ้ำก็เพราะเชื่อว่าภาพเหล่านี้มีเวทมนตร์หรือพลังเหนือธรรมชาติ พวกเขาวาดภาพสัตว์ หรือปลา ด้วยลายเส้นง่ายๆไว้บนกระดูกสัตว์ ก้อนหิน งาช้าง หรือเขาแพะ แล้วนำติดตัวไปด้วย เพื่อให้การล่าสัตว์ราบรื่น

ภาพแกะสลักบนเขาสัตว์

ภาพแกะสลักบนเขาสัตว์

นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการสืบเผ่าพันธุ์เพื่อขอพรให้มีลูกหลานมากๆ ไว้ช่วยหากิน พวกเขาจึงประดิษฐ์ชิ้นงานที่เน้นทรวงอกและอวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิงเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์และการให้กำเนิดทายาท

รูปแกะสลัก Venus of Willendorf ซึ่งแสดงให้เห็นแนวคิดนี้ได้ชัดเจนที่สุด

รูปแกะสลัก Venus of Willendorf ซึ่งแสดงให้เห็นแนวคิดนี้ได้ชัดเจนที่สุด

เมื่อโลกผ่านพ้นยุคน้ำแข็ง อากาศเริ่มอบอุ่น ประวัติศาสตร์ของมนุษย์จากยุคหินเก่า เริ่มเข้าสู่ยุคหินใหม่ พวกเขาเลือกอาศัยอยู่ในถ้ำเพื่อหลบแดด ลม และฝน มนุษย์ดึกดำบรรพ์ที่เคยยังชีพด้วยการล่าสัตว์และเก็บผลไม้ เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงด้วยการเริ่มต้นเพาะปลูก เริ่มเลี้ยงสัตว์ เริ่มมีการเก็บสะสม ทำให้เริ่มหาอาหารได้ง่ายขึ้น เมื่อมนุษย์เริ่มเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์เป็น จึงไม่ต้องย้ายถิ่นฐานไปตามทำเลล่าสัตว์อีกต่อไป และเริ่มลงหลักปักฐาน

ตอนที่มนุษย์ดึกดำบรรพ์ยังไม่มีที่อยู่แน่นอนเพราะต้องออกล่าสัตว์ทำให้ไม่มีเวลามากพอสำหรับคิดถึงตนเองและสภาพแวดล้อม แต่มนุษย์ยุคหินใหม่เริ่มมีเวลานั่งคิด แน่นอนว่าต้องคิดเกี่ยวกับปัญหาของตัวเองและสิ่งรอบข้าง

สำหรับมนุษย์ยุคหิน มีเพียงดวงอาทิตย์ซึ่งทำให้ทุกสิ่งเจริญเติบโตเท่านั้นที่เป็นอมตะ พวกเขาเพาะปลูกอย่างเหน็ดเหนื่อย ขอเพียงขยันทำงาน แม้จะเสียเหงือมากมาย แต่ก็จะได้ผลผลิตมากขึ้นเป็นเงาตามตัว แต่ธรรมชาติก็ใช่ว่าจะมอบความอบอุ่นปราณีให้เสมอไป มนุษย์ดึกดำบรรพ์ไม่มีกำลังต้านทานเมื่อต้องเผชิญหน้ากับภัยธรรมชาติ พวกเขาจึงเกรงกลัวปรากฏการณ์ธรรมชาติทุกชนิด ดวงอาทิตย์กลายเป็นตัวแทนของสิ่งเคารพบูชา เชื่อว่ามีวิญญาณอยู่ในต้นไม้ และก้อนหิน มนุษย์จึงเคารพบูชาสิ่งเหล่านั้น เรียกได้อีกอย่างว่า ลักธิวิญญาณนิยม (Animaism)

สโตนเฮนจ์เป็นการนำแท่งหินจำนวนมากมาจัดเรียงกัน พวกมันถูกจัดเรียงเป็นวงกลม เชื่อกันว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในวัฒนธรรมหินใหญ่ (Megalithic Culture)

สโตนเฮนจ์เป็นการนำแท่งหินจำนวนมากมาจัดเรียงกัน พวกมันถูกจัดเรียงเป็นวงกลม เชื่อกันว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในวัฒนธรรมหินใหญ่ (Megalithic Culture)

งานสถาปัตยกรรมที่คาดว่าเป็นชิ้นแรกๆของมนุษย์ คาดว่าสร้างขึ้นราว สามพันปีก่อน ค.ศ. เกิดจาการนำก้อนหินก้อนใหญ่มาเรียงซ้อนกัน เพื่อสร้างสถานที่ศักดิ์สิทธิในวัฒนธรรมสมัยก่อน

 

จากหนังสือ ประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตก จากยุคแรกเริ่มถึงยุคปัจจุบัน
โดย Choi Jung-Rak สำนักพิมพ์ Nanmeebooks

อารมณ์หึง อธิบายได้ทางวิทยาศาสตร์

ถ้าใครที่เรียนวิทยาศาสตร์มา คงรู้จักชื่อ ชาร์ลส์ ดาร์วิน นะคะ เค้าบอกไว้ในเรื่องของการคัดเลือกตามธรรมชาติ ลักษณะที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่สิ่งมีชีวิตนั้นอาศัยอยู่ จะถูกส่งต่อมายังลูกหลานได้ ส่วนที่ไม่เหมาะสมก็จะถูกกำจัดไป อย่างที่เราเคยเห็นก็จะเป็นรูปยีราฟกำลังกินใบไม้ที่อยู่ยอดสูงๆ ตัวไหนคอสั้นก็จะทำให้หาอาหารได้ยากขึ้น ตัวที่มีคอยาว ก็จะมีชีวิตต่อ และส่งต่อพันธุกรรมนี้ให้ลูกหลานได้

ss22

รูปแสดงการคัดเลือกตามธรรมชาติ ตามทฤษฏีวิวัฒนาการ ของ ชาร์ลส์ ดาร์วิน [ที่มา]

บายเดอะเวย์ การคัดเลือกตามธรรมชาตินี้ นอกจากจะทำให้เกิดความได้เปรียบในแง่การหากินแล้ว เมื่อสิ่งมีชีวิตที่สืบพันธุ์แบบใช้เพศได้ถูกคัดเลือกมาสู่ลิงๆอย่างเรา หรือสัตว์ชนิดใดก็แล้วแต่ การเลือกคู่ หรือการมีพฤติกรรมสำหรับการสืบพันธุ์ไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน ก็ถูกส่งต่อจากการคัดเลือกตามธรรมชาติเช่นกัน

การที่ลูกจะมีพันธุกรรมที่ดีได้นั้น พันธุกรรมทางพ่อและแม่ต้องดีด้วย แต่ละฝ่ายจึงวิวัฒนาการระบบขึ้นมาเพื่อคัดเลือกคู่ที่มีลักษณะดี ระบบที่ว่า ก็คือหาคู่ที่มีพันธุกรรมดี และ ภาวะโภชนาการดี เช่นพวกความสวยความงาม นางนกยูงที่ใหญ่ นกที่สีสันสดใส เมื่ออีกฝ่ายเลือกได้ จึงทำให้อีกฝ่ายต้องพยายามแสดงลักษณะเด่น เพื่อให้อีกฝ่ายเลือก และเกิดพฤติกรรมของการจีบขึ้นมา ในที่นี่ก็เพื่อที่จะทำให้ตัวเองได้สืบทอดพันธุกรรมไปยังลูกหลาน หรือ ขยายพันธุ์ได้นั้นเอง

และกลยุทธ์ที่ธรรมชาติสร้างไว้ในสมองของสัตว์หลายชนิด ที่สืบพันธุ์แบบใช้เพศ รวมถึงลิงๆแบบเรา เพื่อไม่ให้คู่ของเรา (หรือ คนที่เราเลือก เพราะเห็นว่ามีลักษณะเด่นทางพันธุกรรม หรือ มีภาวะโภชนาการดี) ไปผสมพันธุ์กับตัวอื่น นั้นก็คือ “ความหึง”

i_jealous_sister

ความหึงเกิดขึ้นเมื่อเราเริ่มอยู่เป็นคู่ สัตว์ที่ไม่อยู่เป็นคู่ แม้จะมีการแย่งกัน หรือสู้กันเพื่อผสมพันธุ์ แต่จะไม่มีพฤติกรรมหึงหวงเมื่อหมดระยะสืบพันธุ์ อย่างสัตว์อื่นๆ ถ้าเราเห็นตัวเมียสองตัวมันทะเลาะกัน เราก็พอจะเดาได้ว่า มันแย่งอาหารกันกิน แต่ถ้าเป็นมนุษย์ลิงนี้ ลองดูในเฟสบุ๊ค หรือทวิตเตอร์ แล้วนางกำลังทะเลาะกัน เราค่อนข้างมั่นใจได้เลยว่า นางไม่ได้แย่งอาหารกันแน่นอน ฮะๆๆ ท่าทางผู้ชายจะเป็นต้นเหตุนะ

คราวนี้ ทำไมความหึงถึงถูกคัดเลือกมาได้ล่ะ ทั้งๆที่ ถ้าเราบอกว่า การคัดเลือก มันก็มีเอาไว้เพื่อหาคู่ผสมพันธุ์ จริงๆ ถ้าได้ลูกแล้วก็พอป่ะ แล้วธรรมชาติจะคัดเลือกอารมณ์หึงมาทำไม เพราะเราก็เห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์ว่า อารมณ์หึงอย่างรุนแรงนี้ ทำให้ถึงกับทำร้ายคนอื่น หรือทำร้ายตัวเองได้เลย ทำไมต้องสร้างให้เรามีความหึง หรืออกหักแรงขนาดยามตาย หรือ ไปยืนตบกันโดยไม่อายคนอื่นเลย

สังเกตรึเปล่าว่า เด็กทารก คลอดออกมาแล้ว ยังดูแลตัวเองไม่ได้เลย ในขณะที่สัตว์อื่นๆ คลอดมาได้แป๊บเดียว ก็วิ่งได้แล้ว ตอนคนคลอดออกมา สมองยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้พ่อ แม่ ต้องคอยดูแลตลอด อย่างที่รู้ว่า ย้อนไปซักสมัยบรรพบุรุษยุคหิน ยังไม่มีเซเว่นของเจ้าสัว (เออ… เมื่อวันก่อนมีข่าวว่า ตระกูลเซนทรัลรวยสุดไปแล้ว) การหากินก็จะเป็นแบบ ผู้ชายออกไปหาของกิน ผู้หญิงเลี้ยงลูก การที่ผู้หญิงจะเลี้ยงลูกคนเดียว จึงเป็นเรื่องยากมาก เพราะจะปล่อยเด็กไว้เองก็ไม่ได้ เพราะยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ฉะนั้น การช่วยกันเลี้ยงลูก จึงเป็นพฤติกรรมที่ถูกคัดเลือกมานั้นเอง

มอร์โอเว่อร์ ตามที่เราพอจะเดาๆได้อยู่แล้วว่า ถ้าเป็นผู้ชาย ก็มีแนวโน้มว่าไม่อยากให้ผู้หญิงนอกกาย และผู้หญิง ก็มีแนวโน้มว่าไม่อยากให้ผู้ชายนอกใจ (อ่านแล้วอาจจะคิดค้านนะ แต่เหมือนกับว่าเค้ามีแบบสำรวจหลายเจ้าเลยที่ทำเรื่องนี้)

เค้าบอกว่า เพราะว่าเราต้องช่วยกันเลี้ยงลูก ก็หมายถึง ผู้ชายจะหมดโอกาสในการไปสืบพันธุ์ที่อื่นแล้ว จึงต้องมั่นใจว่าผู้หญิงได้อุ้มท้องลูกของเราจริงๆ อย่างที่เค้าบอกว่า mama’s baby, papa’s maybe นั้นก็คือ ลูกยังไงก็รู้ว่าของแม่อยู่แล้ว แต่พ่อนี้ ไม่แน่ใจหว่ะ… ความหึงสำหรับผู้ชาย เลยออกแนวหึงหวงทางกายซะส่วนใหญ่ เพราะ สำหรับยุคหินแบบนั้นแล้ว เรื่องการหากิน การล่าสัตว์ มันเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย, การเสี่ยงชีวิตไปหาอาหารเลยทีเดียว และการเสี่ยงตาย ควรทำไปเพื่อ เลี้ยงลูกของเรา ไม่ใช่ลูกคนอื่น ความหึงของผู้ชาย จึงเป็นความหึงทางกาย ผู้ชายที่หมั่นหาทางป้องกันไม่ให้คู่ของตนเองนอนกับคนอื่นจึงมีประโยชน์ในโลกยุคหิน

ในส่วนผู้หญิงนั้น  การไม่มีผู้ชายเลี้ยงดู ก็หมายถึงความเสี่ยงที่ลูกจะเสียชีวิต หรือ ไม่แข็งแรง เนื่องจากขาดสารอาหาร การที่ผู้หญิงจะมั่นใจได้ว่าจะมีอาหารดีๆ เช่นเนื้อสัตว์มาให้กิน ผู้ชายต้องซื่อสัตย์ ผู้ชายต้องรัก ถ้าผู้ชายมีการปันใจ หรือปันสมบัติให้ผู้หญิงอื่น โอกาสที่จะสูญเสียสว่นแบ่งอาหาร หรือเสียความคุ้มครองก็มากขึ้น ความหึงของผู้หญิงจึงออกมาในรูปแบบของการกลัวที่จะเสียความรัก ความซื่อสัตย์ จะออกแนว หึงทางใจ อะไรแบบนี้

แม้ว่าทุกวันนี้ เรารู้ว่าการเสียคู่รักไม่ได้ทำให้เราตายหรือลูกเราตาย แต่อารมณ์พิษรักแรงหึงของเราที่ถูกสร้างมาให้เหมาะกับยุคหิน ก็ยังทำให้เราฟูมฟาย จะเป็นจะตายให้ได้ ไม่ต่างกับที่บรรพบุรุษยุคหินของเรานั้นแหล่ะ

13673_505692486142874_1255877560_n

อั๋น
คิดว่าตัวเองน่าจะกำลังหึงอยู่นะ

เนื้อหาส่วนใหญ่มาจากหนังสือ เรื่องเล่าจากร่างกาย ของ นพ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา เขียนสนุกมาก เราอ่านใกล้จะจบครบทั้งสี่เล่มแล้ว

10980758

Cocktail made by order

เมื่อวานเป็นวัน Hang out แห่งอาทิตย์เลยค่ะ เที่ยววันเดียวแทบหมดตัว เริ่มจากกินชูชิ ชาชิมิเทพ ร้าน Sushi Hiro ช่วงนี้ลดครึ่งราคาด้วย สั่งซะลืมเลยว่าอิ่ม สั่งข้าวมาแล้วกินไม่หมด เพื่อนผู้ชายเห็นแล้วคงสงสาร กินให้ก้อได้วะ ตั้งครึ่งถ้วย ฮะๆๆ ต่อๆ คือจะเล่าเรื่องประทับใจเกี่ยวกับร้าน Cocktail ชื่อ water library อยู่เส้นทองหล่อ ติดถนนใหญ่เลย สั่งมากันคนละแก้วแล้วแบ่งกันชิม อร่อย ฟิน บางแก้วมี story ด้วย พนักงานจะมาเล่าว่า คอกเทลแก้วนี้หมักจากเบียร์สิบแปดปี เวลากินต้องได้กลิ่นของโรสแมรี่เผา อะไรประมาณเนี้ย คือพนักงานรู้หมดว่าคอกเทลรสชาติเป็นไง แนะนำได้ (ไม่เหมือนร้านรูฟท๊อปบางร้าน หงุดหงิดมาก แพงก็แพง เก้าอี้ก้อไม่มี งอน) อั๋นสั่งไปสองแก้ว รูปที่โชว์เป็นรูปสุดท้าย ชื่อ Miss Penelope อร่อยมาก ข้างล่างเป็นแมนดารินไซรัป ข้างบนเป็น นมๆครีมๆอะไรนี้แหล่ะ แถมเขียนชื่อให้ด้วย ไฮโซ อร่อยด้วย ถูกกว่าแก้วแรกที่กินอีก ฮะๆ S__14032898 แก้วแรกก็อร่อย เราสั่ง Rock & Roll มีเสิร์ฟพร้อม Gummy Bear ที่หมักจากเหล้าของร้านด้วย แก้วน้ำสีชมพูสูงๆด้านขวา อร่อย ฟิน ไว้รอบหน้าไปอีก ไปกันหลายคน ก็ชิมของคนอื่น นิดๆหน่อยๆ อร่อยดี ❤ ❤ S__4678747 และ ชอทสุดท้าย ปุ๊นๆๆๆ อะไรก็ไม่รู้ เค้าไม่ยอมบอก แต่อร่อยดี Bottom UP!!! S__14098439