I’m a woman! We don’t say what we WANT! But we reserve the right to get pissed off if we don’t get it. That’s what makes us so fascinating! And not a little bit scary.

— เพราะเราเป็นผู้หญิง เรามักไม่บอกว่าเราต้องการอะไร แต่เรามีสิทธิ์ที่จะโกรธได้ ถ้าเราไม่ได้ในสิ่งที่เราต้องการ —

Sliding Doors 1998

Advertisements

บันทึกป้าฟิตเนส: ทดลองเป็นป้าฟิตเนสโยคะ

สวัสดีค่ะ ช่วงตั้งแต่ปีใหม่มา ป้าได้ไปสมัครยิมแถวที่ทำงานเพื่อเล่น Pilates Reformer โดยเฉพาะแล้ว หลังจากที่ตั้งเป้ามาสองสามปีละไม่มีโอกาสได้ไปซักที

Pilates Reformer เป็นการออกกำลังกายด้วยการเคลื่อนไหว โดยท่าทางที่เล่นนั้นเค้าว่าถูกออกแบบให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆของร่ายกาย ใช้งานได้อย่างสมส่วน โดยใช้เครื่องแรงต้านช่วย มีคนบอกว่า เป็น คลาส core abs แบบโยคะ ถ้าคลาสไหนหนักๆ กลับบ้านได้มีปวดเมื่อยตลอดค่ะ ช่วงแรกๆที่เล่นนี่ เล่นเสร็จ ไม่มีแรงแม้แต่จะยกมือสระผม แต่ว่า ถูกใจป้ามากๆ เท่าที่เคยเล่น ก็จะมียิมอยู่สามที่ คือ ยิมที่หนึ่ง ยิมของพวกเรา แล้วก็ โยคะแท้จริง ซึ่งเท่าที่ลองเล่นมา ยิมพวกเรา กับโยคะแท้จริงจะคล้ายๆกัน ก็คือ เอาครูโยคะมาสอนคลาสแต่ละคลาสโดยเฉพาะเลย ส่วนยิมที่หนึ่ง ก็เป็นเทรนเนอร์ที่ยิมนั้นแหล่ะมาสอน ซึ่งก็เป็นปกติของยิมที่นี่ ที่เทรนเนอร์มาสอนอยู่แล้ว

จริงๆเราไม่สนใจอยู่แล้ว ว่าคนสอนจะเป็นเทรนเนอร์ หรือครูโยคะเฉพาะทางนะ เพราะยังไง จะสอนคลาสไหน เค้าก็ต้องมีใบรับรองกันอยู่แล้ว แต่ที่เคยเข้าที่ยิมที่หนึ่งแล้วรู้สึกว่า แทนที่จะได้เล่นโยคะละดูเหมือนคลาส Free style group training มากกว่า เล่นเสร็จแล้ว ไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดอะไรเลย ไม่เหมือนตอนเล่นกับครูสอนโยคะเลย เลยไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ แต่คิดว่าอาจจะเพราะเราดันไปเข้าคลาสที่ all body ล่ะมั้ง แต่ว่า เค้าไม่มีแยกให้เห็นในตารางคลาสที่แชร์ไว้ เหมือนกับคนเล่นประจำจะรู้กันเองว่า วันนี้เล่นอะไร แนวไหน กี่นาที

DSC_0054.jpg

ปกติ ที่ๆเค้ามีคลาส pilates จริงจัง ก็จะมีแบ่งเป็นลำดับ ก็คือ เริ่มจาก Pilates Foundation คือ เพื่อให้รู้ว่า เครื่องใช้งานยังไง ปรับเครื่องยังไง ท่าแต่ละท่าเรียกอะไร หายใจยังไง เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยกับเครื่อง Reformer เมื่อเล่นได้ระดับหนึ่งแล้ว ก็มีคลาสแยกอีกก็คือ Butt and thigh, abs arm back หรือ strength and toning สำหรับป้า ก็จะเล่น อาทิตย์ละสามวัน ตามนี้เลย วันไหนคิดว่า ไม่น่าจะมีงาน ก็อาจจะเล่นวันละสองชั่วโมงได้

DSC_0027.jpg

หลังจากเล่นมาได้ซักเดือนนึงแล้ว รู้สึกสนุกดี แต่เพราะป้าช่วงนี้ไม่ค่อยสบายบ่อยมาก และบวกกับบางทีก็ยุ่งๆ บางอาทิตย์เลยไปได้แค่วันสองวัน เลยยังไม่รู้สึกถึงความแตกต่างอะไรมาก แต่ว่า ถ้าถามว่าชอบมั้ย คือชอบความรู้สึกตอนเลิกคลาสมาก เป็น Satisfied pain ประหนึ่งเล่นบอดี้ปั้มมาเลย รู้สึกสบายตัวดี แต่ก็เหนื่อยจนไม่อยากจะอาบน้ำเลย

ถ้าให้เทียบ ยังไงก็ชอบคลาสที่เป็นโยคะจริงๆอยู่แล้ว ตอนไปที่ยิมที่หนึ่งมีส่วนนึงที่ไม่ชอบมากๆก็คือ เมื่อจบคลาส เค้าจะให้เก็บเครื่องโดยการใส่สปริงแรงต้านทุกตัว ให้เหมือนพร้อมเล่น ใส่ jump board ไว้ที่ platform และใส่ สาย strap ที่จับห้อยไว้ที่ที่รองไหล่ ซึ่ง จริงๆไม่ควรเป็นแบบนั้น การเก็บเครื่องแรงต้าน มันควรที่จะ ปล่อยให้สปริงไม่โดนยืดนะ กลัวมันจะเสื่อมสภาพก่อนจริงๆ แล้วเอาจัมป์บอร์ดวางไว้ที่ platform เราก็กลัวก้านมันจะหักซะก่อน ถ้าเป็นที่ยิมพวกเรา เค้าก็จะให้เช็ดทำความสะอาดเครื่อง แล้วปล่อยให้สปริงและตัวเครื่องอยู่แบบ neutral คือไม่โดนยืดทิ้งไว้ พร้อมให้คนที่จะเล่นต่อใช้ได้เลย ไม่ต้องเช็ดก่อนเล่น เราชอบการให้คนที่เล่นช่วยกันดูแลรักษาเครื่องมือที่เล่นแบบนี้มากกว่า

DSC_0055.jpg

เราคิดว่า Nuetral stage ไม่ควรอยู่ในระดับนี้นะ สายแรงต้านไม่ควรโดนยืดทิ้งไว้ และ Jumpboard (อันสีดำใหญ่) ไม่ควรวางทิ้งไว้แบบนี้ด้วย

DSC_0064.jpg

นี่ ตอนเล่นเสร็จควรให้สปริงอยู่แบบนี้ดีกว่านะ

ก็ สนุกจริงๆ ตอนนี้ชอบคลาสนี้มากที่สุดละ มีปัญหาแค่ตอนที่เล่นก็ต้องจองล่วงหน้าก่อนหนึ่งวัน แล้วต้องโทรจองประมาณเจ็ดโมงครึ่ง ถ้าโทรไปสิบโมง ก็มีสิทธิ์ที่จะเต็มแล้ว ดีมานด์สูงน่าดู จริงๆเล่นซักหกคลาส ก็คุ้มค่าสมาชิกรายเดือนละ ลองดูซักสองสามเดือนว่าจะแข็งแกร่งขึ้นมั้ย ฮะๆๆ สู้ๆครัฟ

As you were

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาค่ะ ได้ไปดูคอนเสิร์ตของ เลียม กัลลาเกอร์ ที่ไบเทคบางนามา

DSC_0003.jpg

ขอเกริ่นก่อนว่า ปกติอั๋นจะฟังเพลงใหม่ๆจากการกดแรนดอมเพลย์ลิสต์แล้วก็ออกกำลังกายไป ฟังเพลงไป แต่ครั้งแรกที่อั๋นได้ฟังเพลง Wall of Glass จากใน Jook เมื่อปลายปีที่ผ่านมา บอกเลยว่าเป็นไม่กี่เพลงที่ฟังแบบแรนดอมแล้วต้องมาดูว่า เฮ้ย! นี่เพลงใครวะ โคตรเจ๋ง แล้วก็พบว่า โห นี่เพลงของ ป๋าเลียม กัลลาเกอร์ ณ โอเอซิส นี่หว่า ว่าแล้ว ก็เลยไปหาฟังเพลงอื่นจากอัลบัม As you were มาฟัง ซึ่งแบบ เฮ้ยแก มันดี แล้วก็ส่งให้เพื่อนฟังด้วย เพื่อนก็ชอบ จากนั้นอีกไม่กี่วัน ก็มีข่าวว่าเค้าจะมาเปิดคอนเสิร์ตในไทยค่ะ เลยชวนเพื่อนไปดู ป่ะแก ไปดูกันเถิด ไม่รู้อีกกี่ปีเค้าจะมาบ้านเราอีก บอกเลยว่า ตื่นเต้นมาก ฟังเพลงอัลบัม As you were ซ้ำหลายรอบมาก และแล้ววันที่รอคอยก็มาถึงค่ะ

DSC_0012

เราว่าวงของเค้าเล่นดีมาก เราชอบท่าไขว้หลังแล้วเอียงตัวนิดๆ ของป๋าเลียมมาก แล้วก็ชอบที่เค้าร้องไป เล่นเปอร์กัชชั่นไป นี่มันคาแรคเตอร์เดิมตั้งแต่แกร้องกับวงโอเอซิสเลย เท่มากมาย เพลงต่างๆที่เค้าเล่น เป็นเพลงที่เราอยากฟังทั้งนั้น เล่นทั้งเพลงของโอเอซิส และเพลงจากอัลบัมใหม่เลย แต่ก็นะ เอาแอบอยากฟังเพลงจากอัลบัมใหม่เยอะกว่านี้ นี่มันคอนเสิร์ตเลียม กัลลาเกอร์นะเฟร้ย ไม่ได้คอนโอเอซิส ฮะๆๆ

คอนเสิร์ต เอาจริงๆ เราว่าไม่สุดทั้งคนดู(ที่ตั้งใจดู) และแอบรู้สึกว่าคนเล่นก็ไม่สุดนะ ทำไมเราจับสัญญาณความไม่พอใจอะไรบางอย่างจากเค้าได้ แต่บางคนก็บอกว่า คอนเสิร์ตนี้ เลียมแม่ง เลียมจริงๆ ร้องจบปุ๊บ กลับเลย เออ… นะ นี่ก็ดูตามเซตเพลย์ลิสต์ก็เฮ้ย เพลง Wonderwall มันน่าจะเป็นเพลงปิดสุดท้ายหนิหว่า น่าจะเป็นช่วง encore ด้วยซ้ำ อยู่ๆเค้าก็เล่นเพลงนี้เฉยเลย…เฮ้ย คอนเสิร์ตจะจบแล้วเรอะ บ้านรีบมาก แต่ก็นะ บางคนก็ หวังว่าอยากจะฟังบางเพลง ตามที่ผู้จัดประกาศไว้ว่า เล่นแน่ๆ แต่พี่แกไม่เล่น อาจจะเซ็งๆไปบ้าง แต่สำหรับเรา เพลย์ลิสต์เซตนี้ก็โอเคแล้ว เพราะมันสิ่งที่ไม่โอเคมากกว่าเพลงที่เค้าไม่ได้เล่น

ส่วนที่ไม่ชอบ แต่พอรับได้ (แต่บางคนก็รับไม่ได้ อันนี้ไม่ว่า เค้าอาจจะเจอหนักกว่าเรา) คือคนฟังเกรียนๆ ไม่ได้เจาะจงนะว่าเป็นฝรั่งเมาเรื้อน แต่แบบ ทำไมต้องทำตัวเถื่อนกันด้วย ค่าตั๋วแพงๆนี่ไม่ได้คัดกรองผู้ชมเลยอ่ะ มีทั้งโยนแก้วเบียร์ โยนขวด เมาเรื้อน สูบบุหรี่ เห็นบางคนบอกมีคนเป็นลมด้วย ต้องหามออกกันเอง การ์ดก็แทบไม่ตรวจอะไรเลย นี่แบบ บุหรี่อ่ะแก สูบกันในฮอลล์ได้ไง อีฝรั่งข้างหน้าเราก็อยู่ๆก็โยนขวดน้ำที่ยังมีน้ำอยู่เลย โยนออกไปเฉย ฝรั่งข้างหลังก้เต้นจนเบียร์ในแก้วกระเด็นมาโดนเราอีก แต่ดีหน่อยที่เค้าตกใจแล้วขอโทษ อาจจะมันไปหน่อย เราไม่ว่ากัน แต่แบบ ถ้ามีบ่อยแบบการ์ดมาเตือนแล้วยังไม่หยุด มันควรโดนลากออกไปละมะ หงุดหงิดแทนคนที่โดนหนักกว่าเรา

บางคนก็มนุษย์กล้องเหลือเกิน จะอัดคลิกกันทั้งเพลงเลยมั้ยคะ อยากได้วิดีโอเก็บไว้ทำไม กล้องมือถือมันเก็บเสียงได้ดีขนาดนั้นเลยหรอ อยากดูชัดๆ 4k นี่ youtube ก็มีให้นะ แม่งบังคนข้างหลังรู้มั้ย เราว่าเราตัวสูงแล้ว ยังโดนวิวมือถือบล๊อคเลยอ่ะ

สิ่งที่ไม่ชอบมากๆสำหรับคอนเสิร์ตนี้คือเครื่องเสียงระดับงานวัด นี่แบบพอเสียงจากอินโทรเพลง Fuckin’ in the Bushes ขึ้น สิ่งแรกที่เราคิดคือ โห…เสียงค่ดแย่ เรียกเสียงโคตรเxย ก็น่าจะได้ เสียงแบบ บัตรสามพันหกข้างหลังไม่มีลำโพงอ่ะ แถมเสียงสูงที่เกินความสามารถลำโพงงานวัดก็แตกซะน่าเกลียดมาก แม้แต่ความเท่ของ Rock ‘n’ Roll Star ก็ยังกลบความแย่ของเครื่องเสียงไม่ได้ ระหว่างที่ฟัง ก็แอบให้กำลังใจ sound engineer ไปด้วย เราก็เห็นนะว่า พวกเครื่องมิกซ์เซอร์ มอนิเตอร์นี่ค่อนข้างเต็มที่พอสมควร แต่เสียงก็ยังแย่อยู่ดี กว่าที่เราจะรู้สึกว่าเสียงดีขึ้นแล้ว ก็ประมาณเพลงที่สิบแล้ว คือแบบ เสียงเธอจะแย่แบบลำโพงแตกก็ได้ แต่เธอจะทำเสียงกีต้าร์ในเพลง Wall of Glass หายไม่ได้ โอ้ยยยย For what it worth ก็ได้ยินแต่เสียงนักร้อง กับเสียงกีต้าร์แบบ หง่าวๆๆๆ ฮืออ บัตรถูกข้างหลัง ก็ต้องทนฟังห่วยๆแบบนี้น่ะหรอ กว่าเราจะรู้สึกว่าเสียงจะเริ่มเข้าที่ก็ไปเพลงที่เก้าทีสิบไปแล้ว

DSC_0010

สู้ๆนะคะคุณพี่

คืออย่าเข้าใจผิดว่าเราว่าคอนเสิร์ตห่วยนะ คือวงเค้าเล่นดีจริงๆ เราชอบเพลงที่เค้าเล่นและการแสดงมาก แต่ด้วยข้อจำกัดทางด้านเสียงนี่ เรารับไม่ได้จริงๆ แต่ก็นะ เพื่อนบอกว่า ไบเทคมันก็ขึ้นชื่อเรื่องเสียงห่วยอยู่แล้ว ได้แต่ทำใจ อย่างน้อยก็ได้ดู Gigs หนึ่งในตำนานล่ะวะ

สุดท้าย เราไม่รู้ว่าไม่ค่อยได้ขึ้นรถไฟฟ้านานไปรึเปล่า แต่แบบโฆษณามีเต็มไปหมดเลย

DSC_0014

NiHao 2018

นั่งเขียนในวันสุดท้ายของการทำงาน ที่แทบไม่มีงานให้ทำ นี่กด timesheet เป็น Team support เป็นเดือนที่สองแล้ว

ปีนี้เป็นอีกปีที่หนักมากจริงๆ เที่ยวหนักมาก ดีใจมาก เสียใจมาก จ่ายหนักมาก รับเยอะมาก งานเยอะมาก งานน้อยมาก ร้องไห้หนักมากๆ 2017 in review น่าจะประมาณนี้

  • ว่างงานสี่เดือนแรก และสองเดือนสุดท้าย
  • เงินเดือนขึ้น และได้เพิ่มตอนไปทำงานที่ไซต์ลูกค้า
  • ทำงานไซต์ลูกค้าครั้งแรก คิดว่าจะแย่ แต่มันดีมากเลย แกร๊….งานดีย์ ป้าชอบ
  • แต่ เปลี่ยน specialist อีกแล้วหง่ะ โว้….
  • จัดทริปวู่วามให้ตัวเอง ทั้งๆที่ไม่พร้อม มีทั้งตั๋วคอนเสิร์ตญี่ปุ่น และ ดำน้ำ โดยไม่ทำรีสกีล
  • เข้าคอร์สเรียนภาษาจีน แต่เรียนไม่จบ เพราะป่วยซะก่อน
  • กางเต้นนอน เดินป่า ปีนเขา ดูคอนเสิร์ตกลางสายฝน ดำน้ำลึก ดูการแข่ง F1 อ้วกแตก บวกกับทริปทะเลแทบทุกเดือน
  • เมาจนวาร์ป ครั้งแรก ครั้งเดียว ครั้งสุดท้าย
  • ได้เล่น Pilates reformer แล้ว ปีหน้าน่าจะเล่นเยอะขึ้น
  • น้ำหนักลดแรงมาก
  • งานนอกติดต่อมาเยอะมาก ต้นๆปี ปฏิเสธไปหลายราย เพราะไม่สบาย เสียการเสียงานชิบหาย
  • ที่บ้านมีปัญหาหนักมาก
  • ที่บ้านตั้งบริษัท
  • น้องชายแต่งงานแล้ว
  • ทั้งหมดทั้งมวลที่ทำให้เราป่วยจนเสียการเสียงาน เสียตังจองทริป เพราะโดนผู้ชายที่คุยด้วยมานาน เรียกความสัมพันธ์ที่เค้าเองที่ทำให้วุ่นวายว่าวงจรอุบาศว์
  • ทำให้ทริปซื้อสองคนต้องไปแค่หนึ่งคน แต่ก็จบได้ด้วยดี ดีมากๆ ขอบคุณมากนะที่กลับมา แต่ไม่เคยลืมนะ ว่าทำอะไรเราเอาไว้
  • อย่าไปให้ความหวังใครตอนที่ยังเศร้าอยู่ มันแทนกันไม่ได้ มีแต่จะทำเค้าเสียใจ
  • การให้อภัยให้คนที่รัก มันมีจริงๆ ปีนี้เจอมาสามสี่คู่ (แต่มีคู่เดียวที่ไม่ได้ไปต่อ) เรารู้ว่า nobody perfect แต่คนที่ได้เรียนรู้ แล้วพยายามปรับตัว ก็สมควรได้รับการให้อภัย แต่เรารู้ได้เลยว่า ถึงข้างนอกจะดูว่าเค้ากลับไปรักกันแล้ว แต่เชื่อได้เลยว่า อีกคนนึงเค้าไม่มีวันลืมหรอก

เป้าหมายปี 2018 นี่ คิดว่า

  • มีรายได้รวม เดือนละแสน
  • เริ่มอยากกลับมาลดน้ำหนักแล้วนะ หลังจาก น้ำหนักลด มีแต่คนชมว่าสวย เคยได้ยินว่า สวยจนแฟนเก่าคิดถึงมั้ย… อยากได้ประมาณนั้นอ่ะ แต่ถ้าบอกว่า ปีนี้จะลดน้ำหนัก ก็อาจจะเหมือนลุงๆแถวนี้บอกว่าปีนี้จะยิ้มแย้มนั้นแหล่ะ
    DR-AQQAVAAA1owm.jpg
  • เรียน surf เรียน advance open water ตอนนี้ จองคอร์สไว้ละ แถมมีกล้อง goPro แล้วด้วย
  • เรียนภาษาจีนต่อ จริงๆช่วงนี้ก็เรียนเองเรื่อยๆนะ ขอบคุณเทคโนโลยี
  • เที่ยวเยอะๆ ปีนี้อยากไปบาหลี อยากไปปีนเขาในไทยหลายๆที่หน่อย แล้วก็ไปเล่นหิมะ จริงๆเราไม่ได้อยากจะเล่นหรอก แต่มีคนอยากเล่น 🙂
  • แหม่…ตั้งเป้าหมายซะแบบแทบจะลืมว่าปีหน้าอายุเท่าไหร่แล้ว อิอิ ไม่เป็นไร เราแข็งแรง

ขอให้ปีนี้ เป็นปีที่ดี

เสพดนตรี

ปีนี้ เสียเงินกับการเสพมหรสรรพเยอะเหมือนกัน พอดีอยู่ๆก็นึกถึงการเสพดนตรีสมัยวัยที่ยังไม่มีเงิน (ตอนนี้ก็ยังไม่มีเงิน) นอกจากการไปดูดนตรีสดๆ เมื่อก่อนเราสามารถฟินไปกับดนตรีได้ยังไง

เพราะเราเป็นนักดนตรีไง สิ่งที่ทำให้เราฟินมากๆคือการได้ฟังดนตรีแล้ววิเคราะห์ไปถึงว่า เพลงนี้มีเครื่องดนตรีอะไรบ้าง แทรกนี้มีไลน์ดนตรีเล่นยังไง กีต้าร์ intro ยังไง ถ้าเพลงไหนชอบมากๆก็จะฝึกเล่นด้วยเลย นี่ตัวอย่างเพลงที่อั๋นฟังแล้วพยายามฟังว่าช่วงนี้มีดนตรีอะไร เล่นยังไง ประสานเสียงร้องยังไง อะไรประมาณนี้เลยนะ เป็นเพลงที่ชอบที่ชอบที่สุดเท่าที่เคยทำ cover มาเลย
สิ่งที่ชอบทำสมัยเรียนก็คือ ฟังเพลงที่ชอบแล้วเล่นทีละแทรกแล้วอัดเสียงดนตรีที่เล่นทีละแทรกแล้วเอามาใส่รวมกัน เพลงไหนที่เราชอบแล้วมีการแยกแบบ vocal only, guitar only, music only อะไรแบบนี้จะฟินมากเป็นพิเศษ
สมัยก่อนเราจะพักอยู่บ้านอา อาจะชอบโหลดเพลงยุคเก่าๆแบบ 60s-80s มา แล้วจะเป็นเสียงคุณภาพดี แล้วเอามาแบ่งให้กันฟัง จะมีเพลงแนวแบบ Queen แยกไลน์ดนตรีมาด้วย คือแบบ ได้ฟังแบบนี้จะฟินมากกก ตัวอย่างการเสพดนตรีของเราสมัยก่อน จะเป็นแนวนี้
ซึ่งเหมือนจะเคยอ่านมาเค้าบอกว่าเพลง Bohemian Rhapsody จะมีการอัดทั้งหมด 24 track!!! สุดยอดไปเลย >.,< สมัยก่อนก็เลยมีความคิดว่า อยากจะมีหูฟังดีๆ เครื่องเสียงดีๆ จะได้นั่งฟังเพลงแบบฟินๆ อาห์….โอ้ยย นั่งฟังไปแล้ว น้ำตาจะไหล

[Play] ชวนเพื่อนมาถ่ายรูป

DUKADUKE

เดือนก่อนโน้นนนนน (แสดงว่าหลายเดือนแล้วนะ)
มีโอกาสได้ไป Bangkok Screening Room ซึ่งเป็นโรงหนังเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่แถวเส้นสีลม
เดินหาตั้งนาน กว่าจะเจอ ขึ้นไปก็ เหยยย สวยดี โทนขาว น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ ดูคลาสสิค

เรื่องของเรื่องคือ ไปเพื่อจะดูหนังเรื่อง Homme Less เลยนัดเพื่อนไว้ บอกเพื่อนว่า แต่งตัวมาดีๆ นะ ขอเชิ้ตขาว เราจะได้พกกล้องไปถ่ายมันด้วย (จริงๆ คือมันบอกให้เราอ่ะพกกล้องมาด้วย มาถ่ายให้มันหน่อย สรุปว่าตูโดนใช้งานสินะ)

แล้วมันก็แต่งมาตามที่สั่งจริงๆ จ้า….สวยเลย เหมาะแก่การถ่ายรูปด้วยเลนส์มือหมุนกากๆ ของเรา

ปิดหน้าปิดตา

นี่ใช้เพื่อนถ่ายรูป แต่ตัวเองคุยกับแฟนเหรออออ? หืมมมมมมม? ตอบบบบบ?

ภายถ่ายตราเด็กสมบูรณ์ กินอิ่มแล้วนอนหลับบนพื้นที่ว่าง

จ้าาาา จบแล้ว สวัสดี 🙂

View original post

ทดลองเป็นนักดำน้ำ ปีสอง

สวัสดีค่ะ ทริปวู่วาม มาแล้วค่ะ

หลังจากโคชกฤต โคชออกกำลังการชื่อดังจีซบออปป้า ย่านพระรามเก้าชวนไปดำน้ำ ตั้งแต่มกราคม ช่วงนั้นกำลังเฮิร์ต ใครชวนไปไหนก็ไป ผ่อนจ่ายไปสามเดือน แล้วทริปมีสิงหานะ จองกันล่วงหน้าครึ่งปีเลย กะว่า เอ้ออ.. อีกหลายเดือน ว่างๆเดี๋ยวไปรีสกีลที่สระในกรุงเทพนี่แหละ ไม่ก็หาทริปเล็กๆไป ไปๆมาๆ ไม่มีเวลาเลยค่ะ พอตั้งหลักได้ ก็กลับมาทำงานสุดฤทธิ์ เพราะต้องใช้กรรมที่เฮิร์ตไปเกือบเดือน ก็มีกิจกรรมโน้นนี่นั้น เลยไม่ได้หาที่รีสกีลเลยค่ะ

พอถึงเวลาจะไป… ตายห่… ไม่ได้รีสกีล ไม่ พร้อม ไม่พร้อมโคตรๆ ลืมไปหมด วิธีดำน้ำ มีอะไรบ้าง ก็เอาวะ มีสติก็พอ ตอนแรกเค้าไล่ๆถามดู มีใครมือใหม่บ้าง นี่แบบ ห้าไดฟ์ค่ะ ที่เกาะเต่า ตอนสอบล้วนๆ โดนเพื่อนที่ชวนมาไซโคอีก ตายแน่ ชวนไปแสมสารก็ไม่ไป โอ้ยยยย เค้าไม่ว่างมั้ยล่ะ ใจนึงนี่แบบ โอ้ย ไม่อยากไปแล้ว ขอขายต่อได้มั้ย แต่ก็ต้องไปแหละ เพราะเอาตัวเองมาถึงหาดใหญ่แล้ว กะว่า ไม่ไหวยังไง ก็สกิปเอาละกัน

ถึงหาดใหญ่ประมาณทุ่มนิดๆ รอรถมารับไปที่เรือฟ้าใส ที่ปากบารา นี่เรือ livaboard ครั้งแรกในชีวิต แถมเป็นทริปแรก หลังเรียนจบมาหนึ่งปี ตายๆๆ รีสกีลก็ไม่ได้ทำ มาถึงก็เค้าให้เอาของเก็บในห้อง ห้องที่พักจะทีสองชั้น อั๋นพักอยู่ห้องชั้นบน ในห้องจะมีที่นอนสองชั้น มีปลั๊ก มีหลอดไฟ แต่หลอดไฟเตียงเราใช้ไม่ได้ แต่รวมๆก็นอนได้ดี หลับสบาย มีแอร์ทุกห้องค่ะ

เค้าบอกว่า อาหารที่เรือฟ้าใส อร่อยทุกวัน กลับไปอ้วนแน่นอน เชื่อแล้วจ้าาาา ของกินดีมาก ไม่อั้นจริงๆ ซีฟู๊ดสดมาก ๆ แต่ว่านะ อั๋นเดี๋ยวนี้กินได้ไม่ค่อยเยอะเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ลาก่อย แต่ไม่รู้น้ำหนักจะขึ้นรึเปล่า กลับไป เดี๋ยวไปเช็ค

มาเล่าเรื่องดำน้ำดีกว่า ด้วยการที่ไม่ได้ทำรีสกีลมา โอ้โห วิธีลงน้ำยังทำไม่เป็นเลยค่ะ ไดฟ์หลีดชื่อพี่น้อยค่ะ ต้องให้เค้าบรีฟให้ทุกอย่าง ลงน้ำแล้ว พี่น้อยก็ต้องช่วย ดึงลงมาให้ลงน้ำ อีนี้ลงน้ำแล้ว ลืมหมดว่าต้องทำไงต่อ ปุ่มไหนเอาลมเข้า ปุ่มไหนเอาลมออก ไม่รู้ค่ะ ลืม ไดฟ์ถัดๆไป ก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จากลงน้ำเองไม่ได้ เคลียร์หน้ากากไม่ได้ ลอยตัวไม่ได้ เอาตัวเองจมไม่ได้ ปล่อยพี่น้อยปุ๊บ ลอยตามกระแสน้ำเลยจ้า หลังๆเริ่มคุ้นแล้ว ซักไดฟ์ที่ห้า ก็เริ่มไปเองได้แล้ว พี่ๆที่ไปกลุ่มเดียวกันก็คอยช่วยบรีฟให้ก่อนลง เรียกเวลาหลง ว่ายน้ำมารับตอนว่ายหาเรือไม่ได้ ให้ยืมไฟฉาย ให้ยืมถุงมือ ที่แบบถึงจะไม่ใช่คู่กัน แต่ก็กันมือแหกได้ระดับนึง

มีไดฟ์ที่พีคๆคือ เช้าวันที่สอง ตื่นมาก็เมาเรือเลย ก็กินยาแก้เมาไป ถึงเวลาดำน้ำ ไม่หายค่ะ ไดฟ์ไซต์ชื่อ เกาะหินแปดไมล์ อื้อหือออออ ลึก 22 เมตร แทบตาย ลืมวิธีเคลียร์หน้ากาก พี่น้อยต้องมาช่วยสอนใหม่ ช้าๆ ใจเย็นๆ นี่แบบ น้ำเข้าแว่น ทำไรไม่ถูกเลย พอทำเป็นแล้วก็เริ่มดำน้ำกัน น้ำแรงมากกกกกก ปล่อยพี่น้อยไม่ได้เลย มีน้องอีกคนนึง เป็นน้องสาวเพื่อนที่ชวนมา คือแบบหน้ากากหลุด ฟินหลุด หนักกว่าอีก แต่เป็นไดฟ์ไซต์ที่สวยมาก ปลาเยอะ ปลาใหญ่ แต่อึดอัดมาก อยากจะขึ้นเต็มที เหมือนจะหายใจไม่ออกทั้งๆที่ปากก็คาบ regulator อยู่ ท้ายๆไดฟ์ อาจจะเหนื่อยไป ใช้ออกซิเจนหมดไวอีก พี่น้อยก็เอาของพี่น้อยให้ เกาะอยู่ซักพักถึงจะขึ้น ไม่ไหวแล้ว ขึ้นมาอ้วกเป็นโอวัลติน แล้วหลับยาวค่ะ เพราะตื่นมาก็ยังมึนๆ เลยข้ามไดฟ์ถัดไปเลย

นี่ไง คาบเร็กของพี่น้อยตอนท้ายๆไดฟ์ เหนื่อยจัด

จากนั้นไดฟ์ที่เหลือ การเคลียร์หน้ากากก็ไม่ยากแล้ว เย้ พยายามใช้อากาศน้อย ไม่ให้ตัวเองเหนื่อยด้วยการหายใจช้า ค่อยๆคืบคลานไป ถอดฟินตอนขึ้นจากน้ำเองได้แล้ว ก็คิดว่าตัวเองทำได้ดีอยู่นะ ไม่ค่อยกลัวแล้ว แต่ยังขึ้นเองไม่ได้ เพราะต้องทำ safety stop แล้วเราไม่มีไดฟ์-คอม ก็จับไป พอไหวอยู่ค่ะ

ทริปนี้ต้องขอบคุณพี่น้อยมากๆ ผู้ช่วยชีวิตตั้งแต่ไดฟ์แรก ยันไดฟ์สุดท้าย พี่หมึกคนจัดทริปบอก อั๋นสุดยอดมาก แค่ไดฟ์ที่ห้า มาได้ขนาดนี้ มาบ่อยๆจะได้เก่งขึ้น เอ้า สู้ๆ ถ้ามีครั้งหน้าอีก…. เดี๋ยวขอดูเวลาก่อนนะคะ แต่ทริปนี้สนุกมาก เกือบลืมไปแล้วว่าตัวเองชอบว่ายน้ำ

ข้างบนเป็นรูปรวมของทุกคนในทริปค่ะ รูปในน้ำคือจากกล้องของคนในกรุ๊ปค่ะ กล้องชุดใหญ่ไฟกระพริบ ปริบๆ นิดๆหน่อยๆพอ เกรงใจเจ้าของรูป แต่ของจริงสวยมาก

Note to self:

– ถ้าแกไม่ได้ดำน้ำนานมากเป็นปี แกควรไปทำรีสกีลอ่ะ อย่านึกว่ามีสติแล้วจะพอ ต้องมีสกีลด้วย ตอนเคลียร์หน้ากากสติแกครบนะ แต่แกไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ดีนะไม่ตกใจและยังตั้งใจฟังพี่น้อยอยู่ ไดฟ์หลีดคนอาจจะไม่ได้มาดูใกล้ชิดแบบนี้นะ

– แกเลิกทำตัวเฮิร์ตแล้วกดทริปวู่วามได้แล้ว

– ทำตัวน่ารัก สวยๆ แดกเบียร์ฟรีได้เสมอ นี่ไปทำพี่คนนึงในเรือคิดมากทั้งทริปอ่ะ ฮา

– mi band รุ่น 2 ลงน้ำลึก 22 เมตรหนึ่งชั่วโมงได้ไม่พัง แต่ครั้งต่อไปไม่ต้องไปลองนะ ถอดก่อนก็ได้ ดีนะไม่พัง

– ในโชคร้าย ยังมีโชคดีอยู่ นี่คือรางวัลปลอบใจคนไม่ได้รางวัล คือ ถุงมือกันมือแหก จากคนทริปก่อนๆเค้าลืมไว้ ทริปหน้าสบายละ

Note for others:

– ถ้าเบื่อๆชีวิตนะคะ ลองลงเรียนดำน้ำดู แล้วจะรักชีวิตตัวเองขึ้นมาทันที

 กลับมาได้รึเปล่า

ถ้าได้ไปร้านเหล้าที่มีดนตรีสด คิดว่าเพลงที่ฮิตๆเพลงนึงที่เค้าชอบเล่น หนึ่งในนั้นต้องมีเพลง กลับมาได้รึเปล่า ของ 2 days ago kids ติดอันดับแน่นอน อารมณ์แบบ ร้านเหล้าถ้าไม่ใช่ร้านเต้นๆอ่ะ พอเพลงนี้ขึ้น คนต้องร้องตามกันแทบทั้งร้าน เมื่อก่อนเราก็คิดว่าเพลงนี้เพราะดีนะ ยิ่งถ้าใครได้มีโอกาสไปนั่งกินเหล้ากับเพื่อนที่เพิ่งอกหัก อาจจะได้เห็นคนที่เค้าอินกับเพลงนี้สุดๆแน่นอน

ตอนนี้นะ เราไม่ชอบเพลงนี้สุดๆเลย เพราะว่ามันมีเหตุการณ์อะไรบางอย่างทำให้เราไม่ชอบเพลงนี้เอาซะเลย บอกเลยว่า เพลง กลับมาได้รึเปล่า มันเป็นเพลงของคนโง่ชัดๆ พอดีโชคร้าย เค้าไม่กลับมา เลยต้องมานั่งซึมในร้านเหล้า ฟังเพลงกลับมาได้รึเปล่า กลับมาหาฉันทีได้ไหมคนดี หากว่าใจของเธอ ยังไม่เปลี่ยน ก็ให้โอกาสฉันอีกจะได้ไหม เอาจริงๆนะ ถ้าทำดีกับเค้า ทำอะไรๆให้มันดี หรือไม่ทิ้งเค้าไป จะมาขอโอกาสบอกว่าจะทำตัวดีขึ้นไปทำไม คิดไปเองว่า คนที่โดนทิ้งแบบไม่ได้ทำอะไรผิด พอตั้งหลักได้ซักพัก คงไม่สนคนเก่าแล้วล่ะ ทิ้งก็ทิ้งซิ พวกที่ซึมๆก็มีแต่ตอนที่มีเค้าอยู่แล้วดูแลไม่ดีทั้งนั้น ก็จะมาคิดว่า อาจจะจริงที่ฉันเองยังไม่เข้าใจ จึงทำให้เธอผิดหวังและร้องไห้ อยากจะขอเธออย่าเพิ่งไป อย่าเพิ่งหมดหวังในตัวฉันได้รึเปล่า รู้ตัวอีกที พอเพลงขึ้นก็มานึกได้ว่า ถ้าเธอกลับมานะ ต่อจากวันนี้ไป จะไม่ให้เธอผิดหวัง ก็ให้โอกาสฉันอีกอีกซักครั้ง เฮ้อ… ช้าไปแล้วมั้ย

มันก็นะ… ไม่ใช่ทุกคนจะโง่เหมือนเราที่ยอมจะกลับไป ไม่ใช่คนที่เพิ่งนึกได้ว่าตัวเองไม่ดีพอจะรักษาเค้าจะโชคดีได้เค้ากลับมาทุกครั้ง ถ้าใครมีคนที่รักอยู่แล้วก็รักษาเค้าดีๆนะ แต่ถ้าเค้าไม่กลับมาแล้ว เวลาไปร้านเหล้า ก็ไปบอกนักร้องว่าขอเพลงคำยินดีก็แล้วกันนะ ฮะๆ

จริงๆก็รู้นะว่าเพลงไม่ผิด แต่อารมณ์ร่วมกับเพลงยังไงมันก็มาด้วยกัน ความทรงจำระหว่างเรากับเพลงนั้น มันไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ ไม่งั้นจะมีดนตรีประกอบเวลาดูหนังหรือภาพยนตร์หรอ แฟลชแบ็ค แล้วภาพวิ่ง ใช่มะ อย่างที่บางคนเค้าบอกไว้หล่ะ มันก็น่าประหลาดจริงๆ ที่แบบเวลาเราได้ยินเสียงอะไร หรือ ได้กลิ่นอะไร บางทีมันก็จะเอาความทรงจำช่วงนั้นกลับมาด้วย

สุดท้าย ไม่เกี่ยวกับใครจริงๆ ความคิดตัวเองล้วนๆ และตอนนี้ก็มีความสุขดี